Categories
BLOG

พาไปเดินเล่น ชอปปิ้งที่ร้าน LOFT ใจกลางเมืองชิบูย่า

ไม่ว่าใครเมื่อมาโตเกียว ก็ต้องแวะไปเดินเล่น ชอปปิ้งที่ชิบูย่ากันทั้งนั้น และหนึ่งในร้านค้าที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามก็หนีไม่พ้นร้านขายของสารพัดอย่าง LOFT ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปทัวร์ร้าน LOFT ที่ตั้งอยู่ใจกลางของชิบูย่ากัน

LOFT สาขาชิบูย่านี้เป็นส่วนหนึ่งของห้าง Seibu โดยจะแบ่งออกเป็น 4 ตึกหลักๆ นอกจาก LOFT และ ก็ยังมีห้าง Seibu Building A, B, และ Modiva ด้วย

LOFT สาขานี้มีขนาดใหญ่มาก โดยมีถึง 7 ชั้นกันเลย แต่ละชั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

ชั้น B1 : Stationery

ที่ชั้นใต้ดินนี้จะเน้นขายเป็นอุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของทั่วไปอย่างปากกา ดินสอ สมุดต่างๆ และก็ยังมีสินค้าอื่นๆ อย่างเช่น มาสกิ้งเทปและสติกเกอร์น่ารักๆ มากมาย

ชั้น 1: Gift Goods

ชั้นนี้จะขายของใช้เบ็ดเตล็ดทั่วไป ซึ่งจะมีสินค้าตามฤดูกาลที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างเช่น ถ้าเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาสก็จะมีการ์ดต่างๆ พร้อมทั้งของแต่งห้องและบ้านที่เข้ากันกับเทศกาล

และนอกจากนั้นที่ชั้น 1 ก็ยังมีร้านแว่น OWNDAYS ที่ขายทั้งแว่นตาและแว่นกันแดด ซึ่งราคาก็มีตั้งแต่ 5,000 เยนขึ้นไป ซึ่งราคานี้รวมเลนส์ (แบบปกติ) แล้ว ถ้าใครอยากได้เลนส์อื่นๆ อย่างเช่น Bluelight Cut ก็เลือกเพิ่มเงินได้ตามใจ จากประสบการณ์ที่ได้ไปตัดมา ที่นี่มีกรอบแว่นเก๋ๆ ดีๆ ให้เลือกเยอะเลย ใครที่ใส่แว่นแล้วอยากลองมาหากรอบแว่นสวยๆ กลับไปละก็ ขอแนะนำร้านนี้เลย

ชั้น 2: Health & Beauty Goods

ในชั้นนี้หลักๆ จะขายเครื่องสำอางต่างๆ มีทั้งแบนด์ดังที่เราเห็นตามร้านขายยาทั่วไป และแบรนด์อื่นๆ อีกด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีพวกของใช้ในการออกกำลังกายด้วยนะ

ที่ชั้นที่ 2 จะมีคาเฟ่ที่จะเปลี่ยนธีมไปเรื่อยๆ ด้วยนะ ตอนที่เราแวะไปเป็นคาเฟ่ในธีมของการ์ตูนเรื่อง The Prince of Tennis II โดยมีชื่อว่า ATOBE CAFE (เป็นชื่อหนึ่งในตัวละครจากเรื่อง The Prince of Tennis) ซึ่งนอกจากมีอาหารพิเศษที่เข้าธีมกันแล้ว ก็ยังมีสินค้าที่ระลึกขายอีกด้วยน้า

ชั้น 3: Household Goods

และนี่คือจุดมุ่งหมายของการชอปปิ้งของเราในวันนี้ เพราะว่าในช่วงนี้เรากำลังสนใจทำข้าวกล่องเบนโตะ (弁当 ) อยู่ เราก็เลยจะมาหากล่องข้าวน่ารักๆ กัน

ที่ชั้นนี้จะเน้นข้าวของเครื่องใช้ในครัว ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม ช้อนส้อม และกล่องข้าวต่างๆ ทั้งแบบไม้สไตล์ญี่ปุ่น และสไตล์ฝรั่งให้เลือกมากมาย กระติกน้ำพกพาก็มีให้เลือกมากมาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ทำอาหารอื่นๆ ที่ใช้ในครัว เช่น เตาปิ้งขนมปัง หรือแม้แต่ที่ทำกาแฟหรือชาแบบแปลกๆ ก็มี

 

ชั้น 4: Interior

ชั้นนี้จะมีข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องนอนอย่าง หมอน ผ้าปูที่นอนต่างๆ  เครื่องใช้ภายในห้องน้ำ และนอกจากนั้นก็ยังมีของใช้และเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน รวมไปถึงของใช้เบ็ดเตล็ดอย่างเช่น ไม้แขวนเสื้อ รองเท้าสลิปเปอร์ เป็นต้น

ชั้น 5: Fields & Streets

ที่ชั้นนี้ เราสามารถเลือกหาพวกกระเป๋าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าเป้ หรือกระเป๋าทำงานได้ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบรนด์เลยทีเดียว

 

Manhattan Portage, CHUMS สองแบรนด์ที่ชอบเห็นคนญี่ปุ่นใช้เป็นส่วนใหญ่ ก็มีให้ลองเลือกซื้อกันด้วยนะ

ชั้น 6: Tokyo Zacca Culture

ชั้นสุดท้ายนี้จะเน้นขายสินค้าที่เกี่ยวกับคาแรกเตอร์ต่างๆ ซึ่งในที่เราไปนั้นมีบู๊ทขายของพิเศษของยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน พอดีเลย (เย้ๆ) ซึ่งบู๊ทพวกนี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ดังนั้นใครสนใจคาแรกเตอร์อะไรก็ต้องคอยติดตามกันให้ดี

และนี่คือสิ่งที่เราได้มาจากการชอปปิ้งในวันนี้ เป็นกล่องข้าวที่สามารถใส่ข้าวและกับข้าวแยกกันได้ แถมยังเก็บความร้อนได้ด้วย (ถ้าจะอุ่นก็สามารถถอดเอาแค่ตรงส่วนที่ใส่กับข้าวไปอุ่นในไมโครเวฟได้เช่นกัน ส่วนอีกอันเป็นกระติกน้ำเล็กๆ พกง่ายๆ ที่สามารถเก็บได้ทั้งร้อนและเย็น

จบไปแล้วสำหรับการทัวร์ร้าน LOFT สาขาชิบูย่าของเราในวันนี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงโควิด-19 ที่ทุกคนยังไม่สามารถเดินทางมาญี่ปุ่นกันได้ แต่ถ้าเกิดญี่ปุ่นเปิดประเทศแล้วละก็ อย่าลืมแวะมาเดินเล่น ชอปปิ้งดูของกันที่ LOFT นะคะ!!    สล็อตเว็บตรง

Shibuya LOFT
ที่ตั้ง: 21-1 Udagawa-cho, Shibuya-ku, Tokyo
เวลาทำการ: 10.00 – 21.00 น.
วิธีเดินทาง:
・JR Line: เดิน 3 นาที จากทางออกประตู Hachiko
・Tokyo Metro(สาย Hanzomon Line, Fukutoshin Line)/ Tokyo Toyoko Line, Denentoshi Line: เดินเท้าประมาณ 1 นาที จากทางออกหมายเลข A6-3
・Tokyo Metro Ginza Line: เดิน 5 นาที จากทางออกด้านประตู Hachiko
・Keio Inokashira Line: เดิน 5 นาที จากทางออกประตู Central

เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): loft.co.jp

Categories
BLOG

“ฉันไม่ได้อยู่ในจังหวัดคานากาวะ” เหตุผลที่เมืองมะจิดะทำหนังสือแนะนำเมืองสุดเก๋!

เมืองมะจิดะ เป็นเมืองที่คนญี่ปุ่นหลายคนสับสนในที่ตั้ง ว่าอยู่ในจังหวัดคานากาวะหรือโตเกียวกันแน่ เพราะว่าเมืองมะจิดะเป็นเมืองที่อยู่ชายขอบของโตเกียวและล้อมรอบไปด้วยเมืองของจังหวัดคานากาวะ ทำให้หลายคนจ่าหน้าซองจดหมายผิดส่งไปยังเมืองมะจิดะ จังหวัดคานากาวะอยู่หลายคนมากทีเดียว แต่ถึงแม้จะเป็นเมืองขอบรอบนอกของโตเกียว แต่เมือมะจิดะก็เป็นเมืองที่สามารถเชื่อมต่อไปได้หลายที่ และมีที่ตั้งของเมืองที่น่าสนใจมากอีกด้วยค่ะ วันนี้จะขอเสนอหนังสือไกด์บุ๊คของมะจิดะที่ได้รับการออกแบบอย่างซับซ้อนและทันสมัย และมีจุดมุ่งหมายของการวางผังเมืองที่ชัดเจนมากอีกด้วย น่าสนใจแค่ไหนไปหาคำตอบกัน

เมืองมะจิดะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของโตเกียว โดยใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 30 นาทีจากใจกลางเมือง มีประชากรประมาณ 492,000 คน และประมาณ 200,000 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2020) เนื่องจากตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่จังหวัดคานากาวะ รอบทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก จึงเป็นที่มาของคำถามมากมายที่ว่า มะจิดะอยู่ในจังหวัดคานากาวะใช่ไหม เมื่อไม่นานมานี้เมืองมะจิดะได้จัดทำหนังสือและเว็บไซต์สำหรับประชาสัมพันธ์เมืองในชื่อ “ Keep Love in the Town” มีภาพประกอบของผู้หญิง 6 คน ใช้สีชมพูอ่อนและสีเขียวสะดุดตา แสดงออกถึงแฟชั่น ความซับซ้อน และบรรยากาศที่ทันสมัย

ภาพสีจัดเต็มทั้ง 36 หน้า

หนังสือแนะนำเมืองมะจิดะ “Keep on love in town” นี้ จะถูกแจกจ่ายไปยังโรงเรียนอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยใกล้เคียง รวมถึงสถานีรถไฟสาย Odakyu Machida, Sagami Ono, Shinyurigaoka, Shimokitazawa, Shinjuku ประมาณ 15,000 เล่ม ทั้งยังสามารถหาอ่านได้ที่ศาลากลางและห้องสมุด หน้าแนะนำจะมีแผนที่ “Machida is such a town” เป็นมุมแนะนำสถานที่ในเมือง มีบทสัมภาษณ์ของผู้หญิง 5 คนที่มีไลฟ์สไตล์เกี่ยวข้องกับเมืองมะจิดะ และยังมีแนะนำร้านดังต่างๆ อีกด้วย

เชิญนักออกแบบและนักเขียนที่เป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่

จากหน้าปกจะพบว่าเป้าหมายหลักคือ หญิงสาวอายุ 20 และ 30 ปี นักศึกษาของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนอาชีวศึกษา กลุ่มผู้จัดทำเล่าว่า “เราออกแบบหนังสือเล่มนี้โดยมีจุดประสงค์ที่อยากช่วยให้ผู้หญิงในวัย 20 และ 30 ปี พบไอเดียว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้างที่มะจิดะ เพื่อเพิ่มความปรารถนาที่จะมาเที่ยวเล่นหรืออาศัยอยู่ในมะจิดะ” เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กผู้หญิงหลายคนได้ใช้ชีวิต ทำงานหรือทำในสิ่งที่ชอบ และยังได้นักเขียนชื่อดังเป็นที่ยอมรับในโลกออนไลน์มาช่วยเขียนเรื่องสั้นและประสบการณ์เกี่ยวกับเมืองแห่งนี้

ส่งเสริมให้คนย้ายมาอาศัยที่มะจิดะ

 

เมืองมะจิดะ อยากให้คนหนุ่มสาวอายุราว 20 และ 30 ย้ายมาลงหลักปักฐานเพิ่มขึ้น โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดทำนโยบายส่งเสริมการมีบุตรหรือการเลี้ยงดูเด็กในเมืองแห่งนี้ เช่น การปรับปรุงโรงเรียนอนุบาล และการสร้างสถานที่สำหรับเด็กด้วย

การเลือกถิ่นฐานเปลี่ยนไปเพราะโควิด-19

 

เมืองมะจิดะซึ่งอยู่ห่างไกลจากใจกลางเมืองมักถูกพูดถึงว่าเป็นเมืองชนบท แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปี 2020 ทำให้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะนิยมใช้ชีวิตที่เน้นความสะดวกสบายในสภาพแวดล้อมที่สงบมากขึ้น เกิดการขยายออกสู่รอบๆ มากกว่ากระจุกอยู่ภายในเมือง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเมืองมะจิดะ

 

จากสถานีมะจิดะเข้าสู่ใจกลางเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยรถไฟด่วนบนสาย Odakyu ไปยัง Shinjuku และ Shibuya และประมาณ 30 นาทีโดย JR Yokohama Line ไปยัง Yokohama ซึ่งนอกจากจะสะดวกแล้วยังไม่ต้องเข้าไปพบกับความวุ่นวายอีกด้วย นี่จึงถือเป็นจุดขายสำคัญของเมืองเลยก็ว่าได้

ความเข้าใจผิดของเมืองมะจิดะกับจังหวัดคานากาวะ

 

เมืองมะจิดะมีความซับซ้อนของที่ตั้ง เนื่องจากอยู่บริเวณชายขอบของกรุงโตเกียวและถูกล้อมไปด้วยคานากาวะ ทำให้หลายคนเกิดความสับสนได้ง่ายว่าจริงๆ แล้วเมืองมะจิดะอยู่ในจังหวัดคานากาวะหรือไม่ ซึ่งผู้เขียนหนังสือก็มองว่าเราไม่สามารถตัดเมืองมะจิดะออกจากจังหวัดคานากาวะได้ ทั้งยังเชื่อว่าที่ตั้งนี้คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองแห่งนี้ ผู้อยู่อาศัยในมะจิดะหลายท่านพบเจอกับประสบการณ์การถูกเข้าใจผิดแบบนี้หลายครั้ง การส่งจดหมายที่ระบุจังหวัดผิด เช่น ถึงเมืองมะจิดะจังหวัดคานากาวะ ทั้งๆ ที่เมืองนี้อยู่ในโตเกียว หรือจะเป็นการถูกตราหน้าว่าเป็นเมืองชนบท ทั้งที่ความจริงอยู่ห่างจากใจกลางเมืองหลวงเพียงแค่ 30 นาที

มะจิดะเป็นเมืองที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ ตอนเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่เชื่อมเข้ากับโตเกียวและสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ มากมายของจังหวัดคานากาวะ สะดวกสบายไม่วุ่นวายจนเกินไป มีร้านอร่อยมากมาย หรืออยากจะซื้อของก็สามารถหาได้ง่ายเช่นกัน คงต้องขอบคุณการคมนาคมของประเทศญี่ปุ่นที่ทำให้การขยายเมืองเป็นไปได้ง่าย เชื่อมต่อไปได้ทุกที่ สร้างทางเลือกให้ผู้คนอย่างไม่เสียโอกาส    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Categories
BLOG

ไร้หน้าแต่มีหัวใจ! เปิดประวัติ”ซารุโบโบะ”เครื่องรางสุดคิ้วท์

ใครที่เคยไปหมู่บ้านชิราคาวะที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกคงเคยเห็น “ซารุโบโบะ” ตุ๊กตาไร้หน้ากันมาบ้าง เจ้าตุ๊กตาซารุโบโบะเป็นเครื่องรางชื่อดังของจังหวัดกิฟุ เป็นของที่ระลึกยอดนิยมที่ใครมาต้องซื้อกลับไป แต่เดิมซารุโบโบะมีสีแดง แต่ปัจจุบันมีสีสันมากขึ้นสื่อถึงความหมายที่แตกต่างกัน เช่น สีเหลืองที่เกี่ยวกับเงินทอง ความร่ำรวย หรือสีชมพูที่เกี่ยวกับความรัก เป็นต้น ในบทความนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าซารุโบโบะมีต้นกำหนดมาจากอะไรและทำไมถึงไร้หน้า!?

มาจากเครื่องรางสำหรับการคลอดบุตรของชนชั้นสูง

 

ต้นแบบของซารุโบโบะมาจากตุ๊กตา “โฮโกะ” และ “อามะกาทสึ” ซึ่งได้รับอิทธิพลมากจากจีนในสมัยนารา (ค.ศ.710 – 794) โดยกลุ่มชนชั้นสูงได้นำตุ๊กตาไปประดับไว้ในห้องคลอด เสมือนเป็นเครื่องรางเพื่อให้คลอดบุตรง่ายและปลอดภัย เมื่อเข้าสู่สมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1868) ความเชื่อก็แพร่ไปยังสามัญชน และเริ่มนำโฮโกะมาเป็นเครื่องปัดรังควานสำหรับเด็ก พอเข้าช่วงกลางสมัยเอโดะก็เริ่มมอบตุ๊กตาให้ลูกสาวที่ต้องออกเรือนไว้เป็นเครื่องรางคุ้มครองให้มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขและคลอดบุตรอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมอบให้เด็กเอาไว้เป็นของเล่นเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย ในสมัยเอโดะเกิดไข้ทรพิษระบาด คนในสมัยนั้นมีความเชื่อว่าเทพแห่งความเจ็บป่วยนั้นเกลียดสีแดงจึงใช้ผ้าสีแดงในการทำตุ๊กตา

ในภาษาถิ่นฮิดะ “ซารุโบโบะ” หมายถึง ลูกลิง

 

เมื่อเวลาผ่านไปความนิยมก็เริ่มน้อยลงและกลายเป็นขนบธรรมเนียมที่มีเฉพาะในภูมิภาคฮิดะซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ.กิฟุเท่านั้น โดยย่ายายหรือแม่จะทำตุ๊กตาซารุโบโบะมาให้ลูกสาวที่จะออกเรือนให้เป็นเพื่อนข้างกายเมื่อต้องไกลห่าง โดยแฝงความรู้สึกและคำอธิฐานให้ลูกสาวมีชีวิตครอบครัวที่แสนสุข เมื่อท้องก็ขอให้คลอดง่ายและขอให้หลานเหลนที่เกิดมาเป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากมีลักษณะคล้ายลูกลิง คนท้องถิ่นจึงเรียกว่า “ซารุโบโบะ” ภาษาถิ่นฮิดะ “ซารุ” แปลว่า ลิง ส่วน”โบโบะ” แปลว่า เด็กทารก รวมกันหมายถึง “ลูกลิง” นั้นเอง นอกจากนี้คำว่า “ซารุ” อ่านอีกแบบได้ว่า “เอ็น” ซึ่งหมายถึง ความโชคดีและครอบครัวที่แสนสุขพร้อมหน้า ส่วนคำว่า “ซารุ” หมายถึง การขับไล่สิ่งชั่วร้ายและความเจ็บป่วย

ซารุโบโบะคือกระจกสะท้อนตัวเรานั่นเอง!

 

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมซารุโบโบะถึงไม่มีหน้า จริงๆ แล้วไม่มีการวาดใบหน้าให้ซารุโบโบะตั้งแต่สมัยโบราณแล้วค่ะ เพราะให้จินตนาการว่าไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาไหนก็ยังมีซารุโบโบะอยู่เขียงข้าง เวลาทุกข์ซารุโบโบะก็ทุกข์ด้วย เวลาสุขซารุโบโบะก็สุขด้วย เป็นเหมือนกระจกสะท้อนตัวนั่นเอง

ปัจจุบันตุ๊กตาซารุโบโบะเป็นเครื่องรางและของฝากที่จากจังหวัดกิฟุที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน นอกจากความน่ารักแล้วยังช่วยเรียกสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตอีกด้วย ไปกิฟุคราวหน้าอย่าลืมหาซื้อกันนะคะ ถ้ามีเวลาสามารถแวะไปสักการะที่ศาลเจ้าซารุโบโบะชิจิฟุคุ (Sarubobo Shichifuku Shrine) ที่เมืองเกโระจ.กิฟุเพื่อความเป็นสิริมงคลได้อีกด้วย  สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

มิติใหม่ของการกินเนื้อย่าง… เปิดตัว ”ยากินิกุสายพาน” ให้สายเนื้อได้ฟินกันแบบจัดเต็ม!!

หลายคนคงจะคุ้นเคยกับร้านซูชิสายพาน หรือ Kaiten Sushi (回転寿司) แบบญี่ปุ่นที่ในช่วงหลังๆ ก็มีร้านสไตล์นี้มาเปิดในไทยและได้รับความนิยมมากเช่นกัน

จุดเด่นของร้านสไตล์จานหมุนนี้คือเราสามารถเลือกรับประทานเมนูที่เราชอบได้หลากหลาย เพราะแต่ละจานก็จะมีจำนวนไม่เยอะมาก อีกทั้งสามารถเลือกราคาได้ตามงบประมาณที่เรามีอีกด้วย

ร้านซูชิสายพานที่ญี่ปุ่นนั้นมีมากมายและสามารถหาได้ทั่วไป ซึ่งเป็นที่นิยมทั้งสำหรับคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่คราวนี้มีร้านอาหารแห่งหนึ่งนำไอเดียของร้านซูชิสไตล์นี้มาต่อยอดเป็น “ร้านยากินิกุสายพาน” เสียเลย

คอนเซปต์ของร้านยากินิกุสายพาน

สายเนื้อทั้งหลายเวลาไปร้านเนื้อย่างหรือยากินิกุ อาจจะเจอปัญหาว่าในเมนูมีเนื้อหลากหลายชนิดเหลือเกินจนเลือกสั่งไม่ถูก ราคาแต่ละจานก็ไม่ใช่ถูกๆ แถมบางทีสั่งเนื้อมาแล้วจานใหญ่ ลองกินไปชิ้นสองชิ้นก็พบว่าไม่ถูกใจเนื้อชนิดนั้นแต่ก็ต้องกินให้หมดเพราะเสียดาย

ร้านยากินิกุจานหมุนที่เพิ่งเปิดบริการไปเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมาอย่าง “Kaiten Lane Yakiniku Itto” (廻転レーン焼肉いっとう) ได้เกิดไอเดียการแก้ปัญหานี้โดยการนำคอนเซปต์ของร้านซูชิสายพานมาใช้กับร้านเนื้อย่าง

เนื้อที่มีให้เลือกหลากหลาย

ลูกค้าสามารถเลือกสั่งเนื้อมาลองกินได้หลากหลายรูปแบบในราคาย่อมเยา เริ่มต้นที่จานละ 100 เยน (ประมาณ 30 บาท) เท่านั้น โดยใน 1 จานจะมีเนื้อประมาณ 2-3 ชิ้น ให้เรามั่นใจได้ว่าลองกินแล้วอร่อยก็ค่อยสั่งเพิ่มได้อีกตามชอบ ตัวอย่างเนื้อที่มีขายในร้านก็มีตั้งแต่ที่ราคาต่ำสุดอย่าง คารูบิและเนื้อสันนอก จนถึงราคาแพงสุดอย่างเนื้อวากิว A5 เลยทีเดียว

นอกจากเนื้อย่างแล้วยังมีเมนูจานเดี่ยวอย่างหมี่เย็น (เรเมน) และบิบิมบับ แถมก็ราคาย่อมเยาที่ประมาณ 300 – 500 เยน (90 – 150 บาท) เท่านั้น

บิบิมบับ ที่ราคาเพียง 400 เยน (440 เยนรวมภาษี)
เมนูที่มีหลากหลาย เริ่มต้นที่ 100 เยน (110 เยนรวมภาษี)

สำหรับการใช้บริการในร้านจะเป็นแบบกึ่ง self-service นั่นคือลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้จากแท็บเล็ตที่มีอยู่ประจำแต่ละโต๊ะ และอาหารที่สั่งจะมาเสิร์ฟผ่านสายพาน นอกจากนี้ยังมีระบบเรียกชำระเงินผ่านแท็บเลตได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

 

 

บรรยากาศในร้านก็เรียกได้ว่าแทบจะถอดแบบมาจากร้านซูชิสายพานเลย อีกทั้งเอาใจคนเข้าร้านเนื้อย่างแบบฉายเดี่ยว โดยมีที่นั่งบริเวณเคาน์เตอร์พร้อมเตาย่างแบบส่วนตัวให้สำหรับลูกค้าที่มาคนเดียวอีกด้วย

บรรยากาศที่เห็นครั้งแรกนึกว่าร้านซูชิสายพาน
มีโซนเคาน์เตอร์สำหรับลูกค้าที่มาคนเดียวด้วย

เห็นแบบนี้ผู้เขียนก็อยากจะลองไปร้านนี้ดูสักครั้งเหมือนกันนะคะ ไม่รู้ว่าจะมีร้านยากินิกุในไทยนำไอเดียนี้มาปรับใช้ในบ้านเราบ้างหรือเปล่าเพราะน่าจะถูกใจสายเนื้อหลายๆ คนน่าดูเลยค่ะ UFABET เว็บตรง

รายละเอียดร้าน Kaiten Lane Yakiniku Itto (廻転レーン焼肉いっとう)
3 Chome-5 Midorigaoka, Ageo, Saitama 362-0015
เปิดทุกวันเวลา 11.00 – 21.00 น.

Categories
BLOG

แปลกแต่ล้ำไม่มีซ้ำ!! พบกับศาลเจ้าสายไอทีที่มีเครื่องรางเป็น Micro SD Card อยู่ข้างใน

เมื่อเริ่มต้นเข้าปีใหม่ สิ่งแรกที่ทุกคนอยากทำก็คงเป็นการเข้าวัดทำบุญเสริมดวงเพื่อขอให้ชีวิตพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆ ธรรมเนียมของคนญี่ปุ่นนั้นก็ไม่แตกต่างจากเราสักเท่าไหร่เลยค่ะ การเลือกไปวัดหรือศาลเจ้าแต่ละทีก็ต้องเลือกตามสิ่งที่เราอยากจะขอ หรือบางครั้งอาจจะเลือกสถานที่ที่ให้พรได้ในหลายๆ ข้อจะได้ขอรวบยอดเสียเลย

แต่ไม่ว่าจะเป็นการขอพรในด้านความรัก, การเรียน, สุขภาพ หรือด้านการงานนั้น โดยรวมแล้วก็อาจจะดูคล้ายกันไปเสียหมดใช่ไหมล่ะ ครั้งนี้จึงจะมาแนะนำให้รู้จักกับศาลเจ้าสาย IT จากเกียวโตที่บอกเลยว่าไม่ซ้ำใครแน่นอนค่ะ โดยเฉพาะใครที่ทำงานด้านไอทีคงต้องเก็บเป็นข้อมูลไว้ซะแล้ว

“Dendengu” ศาลเจ้าแห่งไฟฟ้า

แม้วัดหรือศาลเจ้าของญี่ปุ่นบางแห่งจะมีความพิเศษเฉพาะตัวตามเทพเจ้าที่สถิตย์อยู่ แต่ศาลเจ้าที่เกี่ยวกับไฟฟ้าหรือคลื่นไฟฟ้านี่เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกเลยล่ะค่ะ ศาลเจ้านี้มีชื่อว่า “Dendengu” อยู่ที่อาราชิยามะ จังหวัดเกียวโตนี่เอง ซึ่งเทพเจ้าที่สถิตย์อยู่ที่นี่เป็นเทพแห่งไฟฟ้าและคลื่นไฟฟ้าที่มีนามว่า “Denden Myoujin”

ศาลเจ้า Dendengu ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าแค่เพราะมีเทพเจ้าแห่งไฟฟ้าสถิตย์อยู่เท่านั้น แต่ภายในยังมีอนุสาวรีย์ของโทมัส เอดิสัน (ผู้จดสิทธิบัตรการประดิษฐ์หลอดไฟเป็นคนแรก) และอนุสาวรีย์ของ ไฮน์ริช รูด็อล์ฟ แฮทซ์ (บุคคลแรกที่พิสูจน์ได้ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีอยู่จริง) อยู่ด้วย

 

อีกเรื่องที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้กันก็คือ โทมัส เอดิสันและญี่ปุ่น โดยเฉพาะที่เกียวโตนั้น มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมากทีเดียว และวัตถุดิบที่เอดิสันนำไปใช้ในการประดิษฐ์หลอดไฟก็คือไผ่จากเกียวโตนี่ล่ะค่ะ

หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมวัดในญี่ปุ่นถึงมีอนุสาวรีย์ของชาวตะวันตก เหตุผลก็เพราะว่าเจดีย์ Denden นั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าและคลื่นไฟฟ้านั่นเอง ซึ่งในช่วงที่ก่อสร้างคือปีค.ศ. 1956 ซึ่งเป็นช่วงที่ไฟฟ้าและคลื่นไฟฟ้ามีความสำคัญกับญี่ปุ่นอย่างมาก และยังมีความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าแห่งไฟฟ้าอีกด้วย

การให้ความสำคัญกับ Dendengu

ทุกวันที่ 23 พฤษภาคมของทุกปีจะมีการจัดงานประจำปีขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งจะมีผู้คนมากหน้าหลายตารวมถึงเหล่าบริษัทที่ดำเนินการธุรกิจเกี่ยวกับไฟฟ้าทั้งรายเล็กและรายใหญ่เข้าร่วมด้วย ด้วยปัจจุบันศาลเจ้ามีชื่อเสียงมากขึ้น ทำให้มีผู้เข้ามาร่วมงานประจำปีอย่างคับคั่งเลยล่ะค่ะ หัวหน้านักบวชของวัด Hourinji กล่าวว่า “บ้างก็เข้ามาเยี่ยมชมเพื่อขอพรในช่วงที่บริษัทกำลังจะออกสินค้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์หรือสินค้าที่เกี่ยวกับไอที เพื่อขอให้สินค้านั้นๆขายดี”, “บ้างก็เป็นบริษัทผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนจากออสเตรเลียที่เดินทางมาถึง 150 คนก็มีด้วย”

ไฮไลท์อยู่ที่เครื่องรางที่มี Micro SD Card อยู่ด้านใน

 

เครื่องรางของที่นี่อาจจะตอบโจทย์ใครหลายคนที่ชื่นชอบการเลือกซื้อเครื่องรางสวยๆ หรือที่มีดีไซน์เก๋ไม่ซ้ำใคร เพราะด้านในเครื่องรางมี Micro SD Card อยู่น่ะสิคะ (ความจุปัจจุบันอยู่ที่ 16 GB) และใน SD Card นั้นจะมีไฟล์ภาพของอัคสคารภโพธิสัตว์บรรจุอยู่ค่ะ

 

นอกจากนี้จะมีเครื่องรางในรูปแบบสติกเกอร์ 7 แผ่นที่ช่วยด้าน “การป้องกันความปลอดภัยของข้อมูล” สำหรับนำไปติดที่คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยป้องกันข้อมูลที่สำคัญเสียหาย หรือช่วยป้องการถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้อีกด้วยล่ะค่ะ เนื่องจากว่าบริษัทรายใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับไอทีหรือโทรคมนาคมอาจประสบปัญหาข้อมูลล่มจากภัยทางธรรมชาติได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการป้องกันไว้ก่อนด้วยวิธีนี้ก็ดูจะเป็นวิธีที่สมกับเป็นคนญี่ปุ่นมากทีเดียว  สล็อตเว็บตรง

 

สำหรับผู้ที่สนใจหากมีโอกาสสามารถลองแวะไปได้นะคะ ศาลเจ้า Dendengu อยู่ในวัดชื่อดังที่มีชื่อว่า “Hourinji” ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากสะพาน Togetsukyou ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเกียวโตค่ะ

ที่อยู่ : Arashiyama Kokuzoyama-cho, Nishikyo-ku, Kyoto
เบอร์โทรศัพท์ : 075-862-0013
อีเมล์ : [email protected]
ค่าเข้า : ฟรี
การเดินทาง :  เดินทางด้วยรถไฟ Hankyu Arashiyama Line ลงสถานี  Hankyu Arashiyama แล้วเดินต่ออีก 5 นาที
ที่จอดรถ : จอดรถได้ 20 คัน ราคา 1,000 เยน/วัน
เว็บไซต์ : kokuzohourinji.com

Categories
BLOG

สัมผัสบรรยากาศในฤดูร้อนกับ 4 สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดกุนมะGunma Prefecture

ญี่ปุ่นเข้าสู่ช่วงหน้าร้อนอย่างเต็มรูปแบบแล้ว สำหรับใครที่มีแพลนไปญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนแต่ไม่รู้จะไปไหนดี บทความนี้ขอแนะนำ สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดกุนมะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมาย โดยเฉพาะธรรมชาติที่งดงามอลังการ มีทั้งต้นไม้เขียวๆ ดอกไม้สวยๆ ออนเซ็นระดับประเทศ บอกเลยว่าเหมาะกับการมาเที่ยวในหน้าร้อนมากๆ พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย

Tambara Lavender Park

 

เป็นทุ่งดอกไม้ที่อยู่ในเมืองนุมาตะ ช่วงฤดูหนาวสถานที่แห่งนี้จะใช้เป็นลานสกี แต่สำหรับช่วงหน้าร้อนจะเต็มไปด้วยลาเวนเดอร์สวยๆ เต็มทุ่ง ถือเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่มีลาเวนเดอร์กว่า 50,000 ต้น ซึ่งถือว่ามากที่สุดในญี่ปุ่น ใครชอบสีม่วง ชอบดอกลาเวนเดอร์ ชอบถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้ไม่ควรพลาด! เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมนี้

ที่นี่จะเปิดให้เข้าชมประมาณต้นเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่สามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่เต็มไปด้วยบรรยากาศความเป็นหน้าร้อนได้อย่างเต็มเปี่ยม ยิ่งได้กินซอฟต์ครีมลาเวนเดอร์เย็นๆ ซึ่งมีจำหน่ายที่นี่รวมกับสูดกลิ่นลาเวนเดอร์หอมๆ ที่บานเต็มทุ่งเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ

Lockheart Castle

 

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมในจังหวัดกุนมะเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เป็นปราสาทสไตล์ยุโรปสุดงดงามอลังการทำให้นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำละครและโฆษณาอีกด้วย

ใครอยากสัมผัสประสบการณ์เป็นเจ้าหญิงในปราสาทยุคกลางสวยๆ เหมือนอยู่ในการ์ตูนดิสนีย์ก็สามารถมาที่แห่งนี้ได้ เพราะเขามีบริการให้เช่ายืมชุดและบริการถ่ายรูปให้ด้วย ความฝันในการเป็นเจ้าหญิงอยู่ไม่ไกลแล้ว!

Kusatsu Onsen Yubatake

 

จุดชมออนเซ็นกลางเมือง Yubatake ตั้งอยู่ใจกลางน้ำพุร้อน Kusatsu Onsen ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ มีน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาตามธรรมชาติมากที่สุดในญี่ปุ่น สามารถชมน้ำพุร้อนแบบใกล้ชิดสุดๆ ได้ที่นี่เลย อาจจะมีกลิ่นกำมะถันมากหน่อย แต่ภาพที่มีน้ำพุร้อนปริมาณมากไหลลงมาก็เป็นภาพที่ดูมีพลังมาก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดน่าถ่ายรูปเลยค่ะ อีกทั้งในตอนกลางคืนจะมีการเปิดแสงไฟสีต่างๆ ทำให้เห็น Yubatake ในมุมที่ต่างออกไปจากตอนกลางวันอีกด้วย

Nozori Lake

 

 

เป็นทะเลสาบเกิดจากเขื่อนซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับพรมแดนระหว่างจังหวัดกุนมะ จังหวัดนากาโนะ และจังหวัดนีงาตะ ถูกเรียกว่าเป็นทะเลสาบบนฟ้าเพราะสามารถเห็นวิวที่ราวกับอยู่บนก้อนเมฆได้ อีกทั้งดอกลิลลี่สีเหลือง (Daylilly) ของที่นี่ยังมีชื่อเสียงมาก สามารถชมความสวยงามได้ประมาณต้นเดือนกรกฎาคม สำหรับที่นี่แล้ว ฤดูที่ดอกลิลลี่สีเหลืองบานอย่างพร้อมเพียงถือเป็นช่วงที่งดงามที่สุดเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้วิวตอนกลางคืนที่ดาวเต็มท้องฟ้าของที่นี่ก็งดงามไม่แพ้กัน

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับ 4 สถานที่ที่ยกมาในบทความนี้ มีแต่ที่สวยๆ น่าไป น่าถ่ายรูปทั้งนั้น ใครมีโอกาสได้ไปจังหวัดกุนมะในช่วงหน้าร้อนก็อย่าพลาดไปแวะเวียนกันนะคะ  สล็อตเว็บตรง 

Categories
BLOG

เคล็ดลับการเลือกเหล้าสาเกของนีงาตะ (อันดับเหล้าสาเกยอดนิยม)

หลังจากแนะนำวิธีเลือกเหล้าสาเกนีงาตะไปแล้ว ทั้งจากพื้นที่ รสชาติ แบรนด์และพันธุ์ข้าว คราวนี้จะขอแนะนำอันดับเหล้าสาเกยอดนิยมของเหล้ารสเข้ม (คาราคุจิ) เหล้ารสหวาน (อามาคุจิ) และเหล้าหอมกลิ่นผลไม้

4 อันดับเหล้าสาเกนีงาตะรสเข้ม (คาราคุจิหรือดราย)

อันดับ 4 เหล้า “Koshi no Homare“ ของโรงกลั่นฮาระ

 

“สัมผัสเหล้านีงาตะรสชาติดั้งเดิม”

โรงกลั่นฮาระที่ได้มาตรฐานก่อตั้งมายาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ เหล้า “Koshi no Homare” (越の誉) ผลิตจากข้าวสาเกพันธุ์โกะเฮียะคุมังโกกุและน้ำอ่อนจากแหล่งน้ำใต้ดินของภูเขาโยเนยามะ แม้จะมีรสเข้มแต่ดื่มง่ายเพราะมีรสชาติกลมกล่อม นิยมเป็นเหล้าดื่มในฤดูร้อนเพื่อสัมผัสรสชาติที่แตกต่างจากปกติเมื่อแช่เย็น

จากพื้นที่โจเอ็ทสึ ประเภทเหล้าสาเกทั่วไป ปริมาตร 1800ml

อันดับ 3 เหล้า “Kubota Manju Junmai Daiginjo” ของโรงกลั่นอาซาฮีนีงาตะ

 

“สุดยอดเหล้าแบรนด์ Kubota”

เหล้าสาเกแบรนด์ Kubota ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศคือเหล้า  “Kubota Manju Junmai Daiginjo” (久保田 萬寿 純米大吟醸) ที่ผลิตจากข้าวสาเกชั้นเยี่ยมอย่างโกะเฮียะคุมังโกกุผสมข้าวพันธุ์ดีของจังหวัดนีงาตะและน้ำใต้ดินคุณภาพสูงที่ไหลผ่านพื้นที่โรงกลั่น เป็นเหล้าเต็มไปด้วยความสมดุลของรสชาติลุ่มลึกและกลิ่นหอมที่ได้จากหัวเชื้อหมักสาเกที่ผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถัน ขอแนะนำเหล้านี้สำหรับผู้ที่อยากลองสัมผัสความนุ่มละมุนและรสอุมามิอันเป็นเอกลักษณ์ของเหล้าไดกินโจ

จากพื้นที่จูเอ็ทสึ ประเภทเหล้า Junmai Daiginjo ปริมาตร 720ml

อันดับ 2 เหล้า “Hakkaisan Junmai Ginjo” ของโรงกลั่นฮัคไค

 

“ต้นตำรับเหล้ารสเข้มแต่สดชื่น”

สัมผัสเหล้าสาเกรสชาติบริสุทธิ์สไตล์ดั้งเดิมของจังหวัดนีงาตะกับเหล้า “Hakkaisan Junmai Ginjo” (八海山 純米吟醸) ดื่มคู่กับอาหารอะไรก็อร่อย เหมาะสำหรับโอกาสพิเศษและเป็นของขวัญที่ปลื้มทั้งผู้ให้และผู้รับ

นอกจากนี้แบรนด์ Hakkaisan ยังมีเหล้าอื่นๆ อีกมากมายเช่น เหล้าสาเกนิโกริมีฟอง เหล้ายูคิมุโรโจะโซที่หมักบ่มในโรงหมักใช้หิมะรักษาอุณภูมิไปจนถึงเหล้ากินโจและเหล้าจุมไมกินโจแบบลิมิเต็ดที่จำหน่ายเพียงปีละครั้ง ถ้ามีโอกาสขอแนะนำให้ลองหลายๆ แบบเพื่อเปรียบเทียบรสชาติ

จากพื้นที่จูเอ็ทสึ ประเภทเหล้า Junmai Ginjo ปริมาตร 1800ml

อันดับ 1 เหล้า “Jozen Nyosui Junmai Ginjo” ของโรงกลั่นชิราทากิ

 

“สุดยอดเหล้าสาเกระดับประเทศและระดับโลก”

เหล้า “Jozen Nyosui Junmai Ginjo” (上善如水 純米吟醸) มีที่มาจากคำกล่าวของขงจื่อที่หมายถึง “การใช้ชีวิตให้ประเสริฐคือการใช้ชีวิตดั่งน้ำ” เหล้านี้จึงเป็นเหล้าจุมไมกินโจที่มีแอลกอฮอล์ 14-15% จึงให้รสชาติบริสุทธิ์และเรียบง่ายดุจน้ำใส

ด้วยกลิ่นหอมและรสชาติของข้าวที่มีอยู่เต็มเปี่ยมทำให้เหล้านี้เหมาะมากสำหรับงานสังสรรค์และเป็นของขวัญของฝากให้ผู้ที่ชื่นชอบเหล้าสาเก ทั้งยังเป็นที่นิยมเป็นอย่างสูงไม่เพียงทั้งในประเทศญี่ปุ่นแต่ในต่างประเทศด้วย

จากพื้นที่จูเอ็ทสึ ประเภทเหล้า Junmai Ginjo ปริมาตร 720ml

4 อันดับเหล้าสาเกนีงาตะรสหวาน (อามาคุจิ)

อันดับ 4 เหล้า “Hojunmujin Takachiyo” ของโรงกลั่นทาคาจิโยะ

 

“เหล้าแบบไหม่ไฉไลกว่า”

เหล้า “Hojunmujin Takachiyo” (豊醇無儘たかちよ) กลิ่นเปรี้ยวชื่นใจชวนให้นึกถึงเกรปฟรุ๊ตและให้รสขมอมเปรี้ยวเล็กน้อยแต่ได้สมดุลหลังจากเหล้าไหลผ่านลำคอ เป็นเหล้าสาเกแบบใหม่ที่ได้จากการเปลี่ยนแนวคิดการกลั่นเหล้าสาเกแบบดั้งเดิม มีรสชาติต่างกันไปตามสีของฉลากบนขวด

จากพื้นที่จูเอ็ทสึ ประเภทเหล้า Junmai Sake ปริมาตร 1800ml

อันดับที่ 3 เหล้า “Koshi no Happo Echigo no Amakuchi Junmaishu” ของโรงกลั่นเอจิโกะ

 

“สัมผัสสุดยอดรสหวานกลมกล่อมของข้าว”

ถ้าอยากสัมผัสรสหวานละมุนของข้าวขอแนะนำเหล้า “Koshi no Happo Echigo no Amakuchi Junmaishu” (越後酒造場 : 越乃八豊 越後の甘口 純米酒) ซึ่งเป็นเหล้าประเภทใหม่ที่มีรสหวาน ความหวานและความดรายต่ำอยู่ที่ระดับ -10 จะดื่มที่อุณภูมิปกติก็ดีหรืออุ่นร้อนก็ยิ่งอร่อย

จากพื้นที่คาเอ็ทสึ ประเภท Junmai Sake ปริมาตร 800ml

อันดับ 2 เหล้า “Murayu” ของโรงกลั่นมุระยู

 

“พลิกแนวคิดรสดั้งเดิมของนีงาตะ”

เหล้า “Murayu” (村祐) ที่ให้ทั้งรสหวานและความโปร่งใสเป็นเหล้าที่ผลิตขึ้นจากการวิจัยความหวานที่ชวนให้นึกถึงน้ำตาลบริสุทธิ์เกรดพรีเมียมที่เรียกว่าน้ำตาลวะซันบงเพื่อให้มือใหม่สามารถสนุกกับกับการดื่มได้ เป็นหนึ่งในเหล้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง

จากพื้นที่คาเอ็ทสึ ประเภท Tokubetsu Junmai ปริมาตร 1800ml

อันดับ 1 เหล้า “Chiyo no Hikari Junmaiginjo KENICHIRO Amakuchi“ ของโรงกลั่นจิโยะโนะฮิคาริ

 

“ชื่นใจไปกับรสหวานอมเปรี้ยว”

เหล้า “Chiyo no Hikari Junmaiginjo KENICHIRO Amakuchi” (千代の光 純米吟醸 KENICHIRO 甘口) ที่ให้รสหวานเบาๆ ตามสไตล์เหล้าของจิโยโนะฮิคาริ มีกลิ่นหอมหวานคล้ายกล้วยที่ได้จากการใช้สุดยอดพันธุ์ข้าวสาเก “Koshitanrei” เป็นเหล้า Junmai Ginjo ชั้นเลิศที่ผลิตอย่างพิถีพิถันให้ได้รสชาติดั้งเดิมมากที่สุด

จากพื้นที่โจเอ็ทสึ ประเภทเหล้า Junmai Ginjo ปริมาตร 1800ml

3 อันดับเหล้านีงาตะหอมกลิ่นผลไม้

อันดับ 3 เหล้า “Secchubai” ของโรงกลั่นมารุยามะ

 

“ได้รสละมุนละไมตั้งแต่แรกสัมผัส”

เหล้า “Secchubai” (雪中梅) เป็นเหล้าสาเกของหนึ่งในสามแบรนด์ดังของจังหวัดนีงาตะมีรสหวานแหลมแบบผลไม้ และให้สัมผัสความลุ่มลึกและเปี่ยมไปด้วยรสชาติความหวานหอม เหมาะสำหรับอาหารทุกประเภทจึงดื่มได้บ่อยทั้งในวันปกติและวันพิเศษ แต่ผลิตจำหน่ายจำนวนไม่มากนักจึงถือเป็นเหล้าที่หาได้ยากอยู่สักหน่อย

จากพื้นที่โจเอ็ทสึ ประเภทเหล้า Tokubetsu Junmai Sake ปริมาตร 720ml

อันดับ 2 เหล้า “Komenishiki Komebukuro Junmai Ginjo” ของโรงกลั่นคาโมะ

 

 

“แพ็คเกจจิ้งเก๋รสไม่ธรรมดา”

เหล้า “Komenishiki Komebukuro Junmai Ginjo” (加茂錦 米袋 純米吟醸) ผลิตอย่างพิถีพิถันโดยโรงกลั่นเหล้าสาเกเล็กๆ จุดเด่นอยู่ที่รสกลิ่นข้าวที่เป็นธรรมชาติที่ผสมผสานกับกลิ่นผลไม้และรสหวานกำลังดี เหล้าสาเกของโรงกลั่นคาโมะได้รับความนิยมมากและมักจำหน่ายเฉพาะช่วงเวลาจำกัด ราคาไม่สูงเกินไปสำหรับเหล้าชั้นดีอย่าง Junmai Ginjo นอกจากนี้แพ็คเกจจิ้งยังทำออกมาเป็นรูปถุงข้าวแปลกตาจึงเหมาะมากที่จะเป็นของฝากของกำนัล

จากพื้นที่จูเอ็ทสึ ประเภทเหล้า Junmai Ginjo ปริมาตร 1800ml

อันดับ 1 เหล้า “Funaguchi Kikusui Ichiban Shibori” ของโรงกลั่นคิคุซุย

 

“เหล้าขวดสวยที่สาวปลื้ม”

ถ้าอยากลองเหล้าสาเกหอมกลิ่นผลไม้ที่ดื่มง่าย ขอแนะนำเหล้า “Funaguchi Kikusui Ichiban Shibori” (ふなぐち菊水一番しぼり) แม้ปัจจุบันเป็นเหล้าแบรนด์หลักของผู้ผลิตที่หาซื้อได้ไม่ยาก แต่เมื่อก่อนเคยเป็นเหล้าที่เฉพาะแขกที่มาโรงกลั่นถึงที่เท่านั้นที่จะได้ลิ้มลอง มีกลิ่นหอมผลไม้และรสชาติหวานลุ่มลึก มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 19% จึงเหมาะกับการชงกับโซดาหรือใส่น้ำแข็ง นอกจากจำหน่ายขวดแก้วปริมาตร 720 มล.แล้วยังมีแบบกระป๋องให้ดื่มสะดวกได้ทุกที่อีกด้วย

พื้นที่คาเอ็ทสึ ประเภทเหล้า Honjozo Namagenshu ปริมาตร 720ml

3 อันดับเหล้านีงาตะ-ซาโดะ

ด้วยสภาพภูมิศาสตร์เกาะซาโดะที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นทำให้ได้เหล้าที่มีกลิ่นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ จึงขอแนะนำ 3 อันดับเหล้าจากเกาะซาโดะที่น่าลิ้มลองดังนี้

อันดับ 3 เหล้า “Manotsuru” ของโรงกลั่นโอบาตะ

 

“เพลิดเพลินกับรสชาติบริสุทธิ์ผ่านการกลั่นมาอย่างดี”

เหล้า “Manotsuru” (真野鶴) ที่เป็นเหล้าพรีเมียมอย่าง Daiginjo มีหอมคล้ายกลิ่นแอปเปิลและรสหวานกลมกล่อมที่ได้จากการหมักข้าวสาเกชั้นดีอย่างโกะเฮียะคุมังโกกุจึงเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่คุ้นเคยกับการดื่มเหล้าสาเก นอกจากนี้ด้วยความดื่มง่าย จึงเหมาะเป็นเหล้าที่เหมาะสำหรับดื่มระหว่างมื้ออาหาร ดื่มแบบเย็นเพื่อเรียกน้ำย่อยหรือจะดื่มแบบร้อนก็ได้ทั้งนั้น

พื้นที่เกาะซาโดะ ประเภทเหล้า Daiginjo ปริมาตร 720ml

อันดับ 2 เหล้า “Tenryohai” ของโรงกลั่นเท็นเรียวไฮ

 

“รสชาติบริสุทธิ์ในลำคอ”

เหล้า “Tenryohai” (天領盃) ที่ผลิตจากข้าวสาเกชั้นดีเยี่ยมอย่าง Koshitanrei และน้ำใต้ดินจากภูเขาคิมโปะคุซังให้กลิ่นหอมและรสชาติแสนบริสุทธิ์โดยเฉพาะรสชาติในช่วงท้ายนั้นยอดเยี่ยมเป็นที่สุด เหล้านี้หาซื้อยากอยู่สักหน่อย ดังนั้นถ้าผู้หญิงที่นิยมเหล้าสาเกและผู้ที่ชื่นชอบเหล้าซาโดะได้รับเป็นของขวัญจะปลื้มใจมาก

พื้นที่เกาะซาโดะ ประเภทเหล้า Junmai Daiginjo ปริมาตร 720ml

อันดับ 1 เหล้า “Minenohakubai Junmai Sake” ของโรงกลั่นมิเนะโนะฮาคุไบ

 

“นุ่มละมุนหวานละไม”

เหล้า “Minenohakubai Junmai Sake” (峰乃白梅 純米酒) เป็นดั่งตัวแทนของเหล้าสาเกซาโดะ ผลิตจากข้าวสาเกโกะเฮียะคุมังโกกุที่มีชื่อเสียงจึงให้รสหวานละมุนสดชื่นและกลิ่นหอมผลไม้สไตล์เหล้า Junmai Ginjo เข้ากันได้ดีกับอาหารทุกประเภท เหมาะสำหรับงานรับรองเลี้ยงสังสรรค์และเป็นของกำนัล

จากพื้นที่เกาะซาโดะ ประเภทเหล้า Junmai Sake ปริมาตร 1800ml

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
BLOG

วัยรุ่นต่างชาติในแขวงชินจูกุ สวมชุดประจำชาติร่วมงานพิธีฉลองการบรรลุนิติภาวะ

วัยรุ่นต่างชาติในแขวงชินจูกุ สวมชุดประจำชาติ

วัยรุ่นต่างชาติในแขวงชินจูกุ สวมชุดประจำชาติ

วันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาเป็นวันเซจินหรือวันบรรลุนิติภาวะครั้งแรกของยุคเรวะในประเทศญี่ปุ่น โดยที่แขวงชินจูกุ กรุงโตเกียว มีวัยรุ่นที่อายุครบ 20 ปีจำนวนกว่า 1,200 คนเข้าร่วมพิธีฉลองบรรลุนิติภาวะ และจากจำนวนดังกล่าวมีวัยรุ่นต่างชาติเกือบครึ่งเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย จึงจะได้เห็นเหล่าวัยรุ่นร่วมฉลองบรรลุนิติภาวะด้วยชุดกิโมโนฟุริโซเดะและชุดประจำชาติต่าง ๆ

คานาโมริ ทาชินะ ลูกครึ่งสาวสวมชุดกิโมโนฟุริโซเดะที่มีคุณพ่อเป็นชาวไอริชให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันคิดว่าประเทศญี่ปุ่นยังคงมีอคติต่อชาวต่างชาติอยู่มาก และฉันอยากให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศที่ให้เกียรติคนทุกเชื้อชาติโดยไม่เกี่ยงเรื่องสัญชาติใด ๆ”

แขวงชินจูกุรายงานว่า มีผู้บรรลุนิติภาวะหน้าใหม่ในแขวงทั้งหมด 4,266 คน โดยคิดเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด 1,932 คน หรือคิดเป็นอัตราส่วนทั้งหมดของชาวต่างชาติจะอยู่ที่ 12.2% ซึ่งแขวงชินจูกุในอนาคตอาจเป็นแหล่งรวมตัวของกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยนชาวต่างชาติ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีมหาวิทยาลัยและโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นอยู่หลายแห่ง  UFABET เว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. ร้านบุฟเฟต์เดือด ปิดประกาศเตือนลูกค้าที่แอบเอาอาหารไปทิ้งในห้องน้ำ “กรุณาอย่ามาที่ร้านนี้อีก”
  2. จังหวัดซากะ ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นแห่งแรกในญี่ปุ่น เตรียมเปิดโรงเรียนอีกครั้งในวันที่ 16 นี้
  3. กรุงโตเกียวประกาศ ไม่ให้ประชาชนจัดงานเลี้ยงชมดอกไม้ในช่วงเทศกาลดอกซากุระบาน
  4. JOC ยืนยัน “ไม่ยกเลิก” และ “ไม่เลื่อน” การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020
Categories
BLOG

JOC ยืนยัน “ไม่ยกเลิก” และ “ไม่เลื่อน” การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020

JOCยืนยันไม่ยกเลิกและไม่เลื่อนการแข่งขันโตเกียว

JOCยืนยันไม่ยกเลิกและไม่เลื่อนการแข่งขันโตเกียว

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. นายโมริ โยชิโระ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก หรือ JOC (Japanese Olympic Committee) แถลงข่าวยืนยันเกี่ยวกับการจัดโตเกียวโอลิมปิก 2020 หลังเกิดการระบาดของเชื้อไรรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ว่า “เราขอแถลงข่าวย้ำให้ชัดเจนอีกครั้งว่า ทางเราไม่ได้มีการพิจารณายกเลิกหรือเลื่อนการจัดการแข่งขันกีฬาโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิกแต่อย่างใด” โดยในวันเดียวกันนั้น มีการจัดการเจรจาในระดับรัฐบาลครั้งที่ 11 ขึ้นระหว่าง JOC และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เพื่อยืนยันสถานการณ์การเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก และยังย้ำชัดต่อเจตนาในการจัดแข่งโตเกียวโอลิมปิก แม้จะเกิดการระบาดของเชื้อไวรัสร้ายด้วยว่า “เราจะประสานงานกับทางรัฐบาล และเตรียมตัวรับมืออย่างสุขุมรอบคอบ”

ส่วนทางด้านคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC นายจอห์น โคตส์ ได้เกี่ยวกับเกี่ยวสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไรรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ว่า “ถึงจะเป็นปัญหาใหญ่เกินกว่าที่คาดเอาไว้ แต่เราจะดำเนินการเตรียมพร้อมเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการจัดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก”

UFABET เว็บตรง

Categories
BLOG

พ่อค้าออนไลน์หัวใส “แอบขาย” หน้ากากอนามัยด้วยภาพสินค้าอื่น ก่อนกฎหมายห้ามขายต่อถูกบังคับใช้ 15 มี.ค.นี้

พ่อค้าออนไลน์หัวใสแอบขายหน้ากากด้วยภาพสินค้าอื่น

พ่อค้าออนไลน์หัวใสแอบขายหน้ากากด้วยภาพสินค้าอื่น

ถึงแม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะออกกฎหมาย “ห้ามขายต่อ” สินค้าที่กำลังขาดแคลนอย่าง “หน้ากากอนามัย” ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ก็ตาม แต่ยังมีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หัวใส ลักลอบขายหน้ากากอนามัยบนร้านค้าในอินเทอร์เน็ต โดยแสดงภาพสินค้าอื่นแทน ทั้งนี้ บริษัทผู้บริหารเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์ได้ออกประกาศเตือนไปยังผู้จำหน่ายว่า “ผู้จำหน่ายจะถูกแบนการใช้งานเว็บไซต์ หากตรวจพบว่ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสม”

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ตรวจพบร้านค้าจากแอปพลิเคชันชอปปิงสินค้าออนไลน์รายใหญ่ในญี่ปุ่น “Mercari” โดยเขียนชื่อสินค้าว่า “ลวดเย็บกระดาษ 20 กล่อง บรรจุกล่องละ 10 ชิ้น” จำหน่ายในราคา 10,000 เยน

ซึ่งมีการเขียนคำอธิบายสินค้าว่า “สินค้าเหลือจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19” ทั้งนี้ ที่ช่องคอมเม้นท์ใต้สินค้า ได้มีลูกค้าส่งคำถามว่า “มีไซซ์ S สำหรับผู้หญิงไหม?” โดยผู้จำหน่ายได้ตอบกลับไปว่า “ไม่มีแบบสำหรับผู้หญิง แต่มีสินค้าไซซ์ S อยู่” แต่หลังจากนั้น สินค้าดังกล่าวก็ถูกลบออกจากร้านค้าไปทันที

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมเป็นต้นไป จะมีกฎหมายบังคับไม่ให้นำหน้ากากอนามัยที่เป็นสินค้าขาดแคลนในญี่ปุ่นมาขายต่อในราคาที่แพงกว่าราคาปกติ โดยบริษัทผู้บริหารเว็บไซต์และแอปพลิเคชันชอปปิงสินค้าออนไลน์ในญี่ปุ่น ได้มีการห้ามไม่ให้จำหน่ายหน้ากากอนามัยแล้ว

 

ทั้งนี้ แอปฯ ชอปปิงสินค้าออนไลน์ Mercari ได้ออกกฎห้ามไม่ให้ผู้ใช้บริการจำหน่ายหน้ากากอนามัยแบบแฮนด์เมดหรือการลักลอบจำหน่ายโดยใช้ภาพสินค้าอื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประกาศแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้บริการแอปฯ ทุกคนว่า “ในกรณีเข้าข่ายการจำหน่ายสินค้าที่ไม่เหมาะสม ทางบริษัทจะตรวจสอบผู้จำหน่ายและลบข้อมูลสินค้าออกจากหน้าร้าน ทางบริษัทอาจลงโทษผู้ใช้บริการโดยการแบนทันที หากตรวจสอบพบว่ามีการซื้อ-ขายที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย จึงขอความร่วมมืออย่างเคร่งครัดมา ณ ทีนี้”

สล็อตเว็บตรง