Categories
BLOG

น่ารัก! “ตู้ขายมาการองอัตโนมัติ” เปิดขายตลอด 24 ชม. หมดห่วงเรื่องไวรัสโควิด-19

ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้งในประเทศญี่ปุ่น หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อหลีกเลี่ยงการพบปะหรือสัมผัสโดยตรงระหว่างลูกค้าและผู้ให้บริการ จึงช่วยลดโอกาสในการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้ส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติยังสามารถเปิดให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่ทำให้เกิดความแออัดขึ้นภายในร้านอีกด้วย

เราเคยได้ยินกันมาบ่อยแล้วว่า ประเทศญี่ปุ่นมีตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติมากมายสารพัดสิ่ง มีตั้งแต่เครื่องดื่ม ของเล่น อาหารกระป๋องคาว-หวาน ฯลฯ และในครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่เราจะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกับตู้ขายขนมอัตโนมัติสีชมพูหวานแหววกับไอเดียสุดน่ารักในยุค New Normal!

ตู้ขายมาการองอัตโนมัติในจังหวัดจิบะ

 

ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่เรากำลังพูดถึงคือ “ตู้ขายมาการองอัตโนมัติ” เป็นตู้สินค้าสีชมพูหวานแหววที่ตั้งอยู่หน้าร้าน “NOCO bon bon” (ノコボンボン) ร้านขายขนมมาการองเล็ก ๆ ที่หัวมุมถนนในโซนที่พักอาศัยแสนเงียบเชียบในเขตอินาเงะ เมืองจิบะ จังหวัดจิบะ

ในตู้อัตโนมัตินี้มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นเครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ แบบที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ส่วนชั้นล่างสุดจะเป็นสินค้าตัวอย่างของขนมมาการองที่บรรจุอยู่ในขวดโหลเล็ก ๆ เรียงกันทั้งหมด 10 ขวด ในแต่ละขวดบรรจุมาการองไว้ 2 ชิ้น 2 รสชาติ ยกตัวอย่างเช่น รสช็อกโกแลตกับรสวานิลา, รสนมสตรอว์เบอร์รีกับรสช็อกโกแลต, รสคาราเมลกับรสชาเขียว เป็นต้น

 

ในชั้น 2 ของตู้อัตโนมัติมีจอมอนิเตอร์ที่เปิดวิดีโอแนะนำขนมของทางร้าน ด้านข้างจอจะมีภาพขนมที่จำหน่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากมาการอง เช่น Macaron Rusk หรือฝาขนมมาการองและขนมเมอแรงค์ เป็นต้น บริเวณที่หยอดเหรียญจะมีป้ายเล็ก ๆ เขียนไว้ว่า “มาการอง 1 ขวดบรรจุ 2 ชิ้น ราคา 500 เยน กรุณานำขวดขนมที่ทานเสร็จแล้วกลับไปใช้ประโยชน์ได้ตามชอบ”

เจ้าของร้าน NOCO bon bon คุณชิซูมะ อิคุมิ เล่าเกี่ยวกับที่มาในการเปิดร้านที่ขายขนมมาการองแห่งนี้ว่า เมื่อก่อนเธอเคยทำงานที่ร้านขนมตะวันตก แต่หลังจากแต่งงานเธอก็หันมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว คุณชิซูมะมีความตั้งใจที่จะเปิดร้านขายขนมที่ขายเฉพาะขนมมาการอง เพราะเป็นสไตล์ร้านที่ยังไม่ค่อยมีใครทำในญี่ปุ่น ซึ่งคุณชิซูมะมีความคิดว่า ถ้าเธอทำแค่ขนมมาการองขายก็คงไม่เกินความสามารถที่จะทำได้ เพราะว่าเธอตั้งใจจะดูแลร้านนี้ด้วยตัวคนเดียว

 

 

ส่วนผู้เสนอไอเดีย “ตู้ขายมาการองอัตโนมัติ” ก็คือลูกสาววัยประถมของคุณชิซูมะนั่นเอง ซึ่งเธอได้ติดตั้งตู้ขายมาการองอัตโนมัติช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่ลำบากที่สุดในการขายขนมมาการองในตู้อัตโนมัติก็คือ การหา “ขวด” ที่พอดีกับขนาดของมาการองนั่นเอง!

เมื่อถามถึงยอดขายของตู้อัตโนมัติ “มาการองขายได้เฉลี่ยวันละ 20 ขวด โดยร้านของเราหยุดประจำทุกวันจันทร์และวันพุธ และหยุดสัปดาห์เว้นสัปดาห์ในวันอาทิตย์ วันทำการจะเปิดถึงเวลาบ่ายสาม ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเวลาเปิดให้บริการ แต่ตู้อัตโนมัติสามารถขายขนมได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในวันที่ฝนตกตู้ก็ไม่เคยบ่น ฉันรู้สึกขอบคุณตู้อัตโนมัติมากที่ทำให้ฉันสามารถขายขนมได้แม้ในวันที่ร้านหยุดก็ตาม” คุณชิซูมะกล่าว    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

 

ส่วนลูกค้าที่มาใช้บริการตู้มาการองอัตโนมัติ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อยู่อาศัยในเขตใกล้ ๆ เพราะร้านตั้งอยู่ในโซนที่พักอาศัย แถมยังเคยมีเด็กหนุ่มวัยมัธยมต้นหรือมัธยมปลายปั่นจักรยานมาซื้อขนมที่ตู้ด้วยนะ! การขายขนมหวานในตู้อัตโนมัตินี้ นอกจากจะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว ยังทำให้หนุ่ม ๆ ที่ขี้อายไม่กล้าเดินเข้าไปซื้อขนมสีหวานแหววในร้านที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิง มีความกล้าที่จะซื้อขนมรสชาติหวานหอมอย่างมาการองได้อีกด้วย

Categories
BLOG

คนรักฮอกไกโดห้ามพลาด “อาหารไอนุ” เมนูอร่อยของชนเผ่าดั้งเดิมฮอกไกโด

การรู้ประวัติความเป็นมาของสถานที่ท่องเที่ยวที่เราไปนั้นจะทำให้การเที่ยวครั้งนั้นสนุกมากยิ่งขึ้น เพื่อนๆ รู้จักชนเผ่าไอนุที่เป็นชนเผ่าดั้งเดิมของฮอกไกโดไหมคะ? และทราบหรือไม่ว่าเราสามารถทานเมนูอาหารดั้งเดิมที่มีมาช้านานแบบเดียวกับชนเผ่าไอนุได้ที่ร้านอาหารฮอกไกโด เก็นชิยากิ สาขาเอกมัยนะ
ซุปโอฮาว(ohaw) เป็นซุปที่มีผักกับปลาแซลมอนเป็นหลักปรุงรสด้วยไขมันสัตว์และเกลือ, ชิทาทับ(citatap) เป็นอาหารที่คลุกผักป่าและเครื่องเทศเข้ากับ เนื้อปลาแซลมอนและกระดูกอ่อนส่วนหัวสับละเอียด ทั้งสองเมนูนี้อุดมไปด้วยวัตถุดิบเด็ดๆ ทานแล้วได้ทั้งรสชาติอร่อยไปพร้อมกับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

อาหารไอนุ คือ?


ด้วยจิตวิญญาณของชาวไอนุที่ว่าจะไม่ทำให้วัตถุดิบอาหารที่ได้จากธรรมชาตินั้นสูญเปล่า อาหารไอนุจึงเป็นอาหารที่ปรุงโดยพยายามดึงเอารสชาติแท้ๆ จากปลาและผักมาใช้ให้มากที่สุด ไม่ใช้เครื่องปรุงปรุงอาหารมากนักจึงว่ากันว่าดีต่อสุขภาพ นอกจากนี้เนื่องจากชาวไอนุใช้ปลาแซลมอนในแม่น้ำเป็นแหล่งโปรตีน เมนูอาหารไอนุจึงมีการใช้ปลาแซลมอนเยอะมากทำให้เป็นอาหารที่มีแคลอรีต่ำและโปรตีนสูง แนะนำอย่างมากสำหรับคนที่กำลังออกกำลังกายเล่นเวทต้องการโปรตีนจากอาหารมากๆ  สล็อตเว็บตรง

Upopoy(National Ainu Museum and Park) แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมชาวไอนุแห่งใหม่



สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับชนเผ่าไอนุให้มากขึ้น เราขอแนะนำ Upopoy(National Ainu Museum and Park) สถานที่ท่องเที่ยวของฮอกไกโดแห่งใหม่ สร้างขึ้นเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมชาวไอนุโดยเริ่มเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี2020 ที่ผ่านมา ที่นี่เป็นสถานที่ถ่ายทอดและแบ่งปันวัฒนธรรมของชาวไอนุซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองของฮอกไกโด เราสามารถศึกษาโลกและธรรมชาติของชาวไอนุได้ นอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสกับวัฒนธรรมไอนุและทานอาหารไอนุได้ด้วย ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวฮอกไกโดเมื่อไหร่อย่าลืมแวะไปชมให้ได้เลยนะคะ

ข้อมูลร้าน Hokkaido Restaurant Genshiyaki Ekkamai


ที่อยู่: 15/1 Ekamai, Soi 12, Khlong Tan Nuea, Watthana, Bangkok 10110
Facebook Fanpage
Instagram
แผนที่:

ข้อมูลร้าน Hokkaido Restaurant Genshiyaki 31

ที่อยู่: 25 Sukhumvit 31, Khlong Tan Nuea, Watthana, Bangkok 10110
Facebook Fanpage
Instagram
แผนที่:

 

มาสัมผัสวัฒนธรรมไอนุจากบ้านกัน! กับทัวร์ VR “UPOPOY – พิพิธภัณฑ์และสวนไอนุแห่งชาติ”

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในฮอกไกโด
Hokkaido Government Representative Office – ภาษาไทย

Categories
BLOG

4 น้ำตาลทางเลือกแทนน้ำตาลขัดขาวที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าดีต่อสุขภาพและความงาม

น้ำตาลทรายขัดขาวจัดเป็นน้ำตาลที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพแม้ว่าจะหวานอร่อยเป็นที่ติดใจของคนทั่วไป การรับประทานน้ำตาลขัดขาวในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้ระบบเผาผลาญในร่างกายเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นไขมันอย่างรวดเร็วและเก็บสะสมไว้ในร่างกาย อีกทั้งยังทำให้เกิดสะสมไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และเบาหวานได้ อย่างไรก็ดี ชีวิตเราก็ขาดหวานไม่ได้ เพราะร่างกายต้องการน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงาน แทนการรับประทานน้ำตาลทรายขัดขาว คนญี่ปุ่นมีทางเลือกรับประทานน้ำตาลเพื่อสุขภาพกายและความงามดังนี้

1. น้ำตาลแดง (黒砂糖)

น้ำตาลแดงเป็นน้ำตาลที่ได้มาจากอ้อยเช่นเดียวกับน้ำตาลทราย แต่ไม่ผ่านขั้นตอนการฟอกขาว ทำให้น้ำตาลมีสีน้ำตาลแดงเนื่องจากมีกากน้ำตาลเหลืออยู่ คนญี่ปุ่นใช้น้ำตาลชนิดนี้เป็นทางเลือกในการนำมาปรุงอาหารและทำขนมหวานหลากหลายชนิด เพราะน้ำตาลชนิดนี้มีวิตามินและคงไว้ซึ่งแร่ธาตุสำคัญจากวัตถุดิบ ได้แก่ แคลเซียมในปริมาณที่สูงเป็น 240 เท่าของน้ำตาลทรายขาว แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก จึงเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเด็ก และช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ อย่างไรก็ดี มีข้อควรระวังคือ น้ำตาลชนิดนี้มีฤทธิ์เย็นจึงไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป

น้ำตาลแดง

2. น้ำตาลจากหัวบีท (てんさい糖)

น้ำตาลชนิดนี้ได้มาจากหัวบีทซึ่งเป็นหัวผักกาดชนิดหนึ่งที่ปลูกได้มากในจังหวัดฮอกไกโด คนญี่ปุ่นนิยมนำน้ำตาลจากหัวบีทมาปรุงรสอาหารญี่ปุ่น อาหารตะวันตก ขนมปัง และของหวานหลากหลายชนิด ด้วยว่ามีส่วนประกอบของน้ำตาลโอลิโกแซคคาไรด์สูงจึงเป็นอาหารที่ดีของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ส่งผลทำให้สิ่งแวดล้อมในลำไส้ดี ทำให้การขับถ่ายเป็นปกติ และทำให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งน้ำตาลชนิดนี้มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น น้ำตาลชนิดนี้จะไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาไกลเคชัน จนเกิดสารที่ชื่อว่า AGEs (Asvanced glycation end product) ซึ่งเป็นสารอันตรายที่ไปทำลายความยืดหยุ่นของผิวหนังและทำให้ผมแห้งเสีย

น้ำตาลจากหัวบีท

3. น้ำผึ้ง (はちみつ)

น้ำผึ้งมีส่วนประกอบของกลูโคสและฟรุกโตสที่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว จึงเหมาะที่จะรับประทานกับขนมปังปิ้งและโยเกิร์ตในมื้ออาหารเช้าเพื่อช่วยให้สมองและร่างกายตื่นตัว อีกทั้งน้ำผึ้งยังอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ  ได้แก่ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิกและแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม เป็นต้น ซึ่งช่วยเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกาย ผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และช่วยชะลอความแก่ เป็นต้น

น้ำผึ้ง

4. เมเปิ้ลไซรัป (メープルシロップ)

แม้ว่าจะเป็นน้ำเชื่อมที่นำเข้ามาจากแคนาดา แต่คนญี่ปุ่นนิยมนำเมเปิ้ลไซรัปหรือน้ำเชื่อมเมเปิ้ลมารับประทานกับขนมปัง แพนเค้ก และขนมหวานหลากหลายชนิด ด้วยกลิ่นและรสของเมเปิ้ลไซรัปเข้ากันได้ดีกับโชยุ คนญี่ปุ่นจึงนิยมนำมาปรุงรสอาหารประเภทต้มเคี่ยวและย่างด้วย นอกจากนี้น้ำเชื่อมชนิดนี้มีแคลอรี่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำตาลชนิดอื่น และมีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายหลายชนิด เช่น สารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอล สังกะสี และโพแทสเซียม ด้วย

 

เมเปิ้ลไซรัป

แม้ว่าจะไม่เห็นผลดีต่อสุขภาพในระยะเวลาสั้น แต่การเลือกรับประทานน้ำตาลทางเลือกแทนน้ำตาลขัดขาวจะมีผลดีต่อสุขภาพและความงามอย่างชัดเจนในอีก 10-20 ปีข้างหน้า บ้านเรามีน้ำตาลทางเลือกหลากหลาย ทั้งน้ำตาลอ้อย น้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลจาก และน้ำตาลโตนด หากอยากสวยและสุขภาพดีก็ลองลดปริมาณน้ำตาลขัดขาวและเปลี่ยนมาใช้น้ำตาลทางเลือกกันดูนะคะ  สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

“ชิเมจิ” เห็ดที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่ายิ่งรับประทานจะทำให้ยิ่งแข็งแรงและสวยหล่อ

ชิเมจิเป็นเห็ดที่มีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย และอร่อยเข้ากับทุกเมนูอาหาร ในญี่ปุ่นมีเห็ดชนิดนี้หลากหลายพันธุ์ที่มีรสชาติอร่อยถูกปาก มารู้จักเห็ดชิเมจิชนิดต่างๆ และประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายที่ทำให้อยากหามารับประทานทุกวันกันนะคะ

รู้จักเห็ดชิเมจิพันธุ์ต่างๆ

ชิเมจิพันธุ์ป่าหรือ Hon-shimeji  (本しめじ)

พันธุ์นี้จะเป็นพันธุ์ที่ขึ้นอยู่ตามป่าสนแดง มีขนาดค่อนข้างใหญ่ตั้งแต่ 5-13 เซนติเมตร หมวกเห็ดอวบและค่อนข้างใหญ่ ในอดีตพันธุ์นี้หาซื้อได้ค่อนข้างยากแต่ปัจจุบันสามารถเพาะเห็ดชนิดนี้และขายในชื่อของ ไดโคคุโมโตะ ชิเมจิ (大黒本しめじ) ได้แล้ว

บุนะชิเมจิ (ぶなしめじ)

เห็ดชิเมจิพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะเลี้ยงและมีขายอยู่ทั่วไป โดยชื่อบุนะนั้นเป็นชื่อของต้นไม้ที่คนญี่ปุ่นใช้เพาะเลี้ยงเห็ดชนิดนี้ คือ ต้นบีชหรือบุนะ นั่นเอง เห็ดชิเมจิพันธุ์นี้จะมีรสชาติอร่อยและมีเนื้อสัมผัสกรุบ

เห็ดชิเมจิขาว (ホワイトぶなしめじ)

เห็ดพันธุ์นี้จะมีสีขาว มีรสขมน้อยและมีรสชาตินุ่มละมุน

ฮิราตาเกะ (ひらたけ)

เห็ดชิเมจิพันธุ์นี้จะมีสีออกเทา ดอกเห็ดค่อนข้างบาน คนญี่ปุ่นนิยมนำเห็ดอ่อนมาจำหน่ายในชื่อชิเมจิ

ประโยชน์ของเห็ดชิเมจิ

ชิเมจิเป็นเห็ดที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและสารสำคัญที่ช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันดังนี้

บีต้ากลูแคน (β-Glucan) ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้ดักจับและทำลายสิ่งแปลกปลอม ได้แก่ แบคทีเรียและไวรัส ที่เข้าสู่ร่างกาย รวมถึงสารอนุมูอิสระที่เกิดขึ้น จึงส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงและไม่ป่วยง่าย

กรดกัวนิลิก (Guanylic acid) ซึ่งเป็นสารอูมามิที่มีรสชาติเฉพาะ สารชนิดนี้จะช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งและความดันโลหิตสูง อีกทั้งยังช่วยขับเอาสารพิษออกจากร่างกายด้วย

เทอร์ปีน (Terpenes) ซึ่งเป็นสารที่ให้รสขมที่เป็นเอกลักษณ์ในเห็ดชิเมจิ สารชนิดนี้จะมีผลในการยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังมีผลในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ด้วย

วิตามินบี 2 ซึ่งจะช่วยเสริมการเผาผลาญของไขมันในร่างกายส่งผลให้ไม่อ้วนง่าย และช่วยคงความงามของผิวพรรณ เล็บและเส้นผม

เส้นใยอาหาร เห็ดชิเมจิมีปริมาณเส้นใยอาหารสูงพอๆ กับมันเทศ การรับประทานเห็ดเป็นประจำจะช่วยป้องกันอาการท้องผูกและมะเร็งลำไส้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเพิ่มของระดับคอเลสเตอรอลในเลือดจากการที่เส้นใยอาหารจับกับไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วขับออกทางอุจจาระ

วิธีการเลือกและนำมารับประทาน

วิธีการเลือกซื้อ

การเลือกเห็ดชิเมจิให้อร่อยนั้นควรเลือกเห็ดที่มีหมวกเห็ดกลมตึงไม่บานเกินไปและมีก้านเห็ดขาวอวบ

 

วิธีเตรียมเพื่อคงคุณค่าอาหารและไม่ทำให้ขมมาก

การเตรียมเห็ดเพื่อคงคุณค่าสารอาหารให้มากที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการล้าง แต่ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษชำระสำหรับงานครัวชุบน้ำเช็ดเอาสิ่งสกปรกออก และใช้มีดตัดเอาโคนรากเห็ดออกก่อนนำมาปรุงอาหาร ด้วยว่าหากเตรียมไม่ดีรสขมที่มีอยู่ในเห็ดจะเด่นเมื่อนำมาปรุงอาหาร ดังนั้นจึงไม่ควรล้าง และไม่ใช้ไฟแรงในขณะที่ปรุงอาหาร อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการเลือกซื้อเห็ดที่มีขนาดเล็ก เพราะยิ่งมีขนาดเล็กก็จะยิ่งมีรสขม

วิธีการนำมารับประทาน

คนญี่ปุ่นนิยมนำเห็ดชิเมจิมาผัด ย่าง ใส่ในหม้อไฟร้อน ต้มซุปและหุงกับข้าว เป็นต้น

ในญี่ปุ่นสามารถหาซื้อเห็ดชิเมจิในราคาถูกมารับประทานได้ทั้งปี เมืองไทยเราก็หาซื้อเห็ดชนิดนี้ได้ง่ายและมีราคาสมเหตุสมผลเช่นกัน นอกจากเห็ดชนิดนี้แล้ว เห็ดอื่นๆ ก็มีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายเหมือนกันค่ะ หากอยากสวยหล่อและแข็งแรงไปนานๆ ขอเชิญชวนมารับประทานเห็ดเป็นประจำกันนะคะ      UFABET เว็บตรง

Categories
BLOG

แนะนำ 9 คาเฟ่ในเอบิสุ ย่านชิค ๆ สำหรับสายอาร์ตที่รักความสงบ (ตอนที่ 2)

มาต่อกันค่ะจาก แนะนำ 9 คาเฟ่ในเอบิสุ ย่านชิค ๆ สำหรับสายอาร์ตที่รักความสงบ (ตอนที่ 1)

Burger Mania Ebisu

 

 

ร้านต่อมาคือ Burger Mania Ebisu สามารถเพลิดเพลินกับแฮมเบอร์เกอร์แบบฝรั่งแท้ ๆ ที่พิถีพิถันในทุกวัตถุดิบ รวมทั้งมีขนมหวานแสนอร่อย ภายในร้านบรรยากาศสบาย ๆ แต่ก็มีเสน่ห์ ขนมปังที่ใช้ทำแฮมเบอร์เกอร์เป็นแป้งแบบออริจินัลที่ใช้ยีสต์ธรรมชาติ ส่วนไส้เนื้อนั้นทำจากเนื้อวัวในญี่ปุ่น 100% ผักและเครื่องเคียงก็คัดคุณภาพมาอย่างดี มาลองทานแฮมเบอร์เกอร์ที่ย่างหอม ๆ สดใหม่ที่นี่ได้เลย รับรองติดใจ!

CAFE GITANE

 

 

ร้านต่อมาคือ CAFE GITANE เป็นคาเฟ่ยอดนิยมมากในนิวยอร์กที่มีลูกค้าแวะเวียนไม่ขาดสาย ที่นี่คือร้านสาขาแรกในญี่ปุ่น มีอาหารตั้งแต่มื้อกลางวันจนถึงมื้อค่ำ มีมุมสวย ๆ ให้เลือกนั่งเลือกถ่ายรูปได้อย่างจุใจ ที่นิวยอร์กเมนูที่ขายดิบขายดีคือ อะโวคาโดโทสต์ อาหารกลางวันสุดหรูที่มีอะโวคาโดท็อปปิ้งจนแทบมองไม่เห็นขนมปัง นอกจากนี้ยังมีเมนูน่าทานมากมายทั้งแพนเค้ก เอ้กเบเนดิกต์ สลัด และพาสต้า ในช่วงมื้อค่ำก็สามารถเพลิดเพลินกับอาหารอร่อย ๆ พร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฟิน ๆ

DAY & NIGHT

 

 

 

ร้านต่อมาคือ DAY & NIGHT ใช้เวลาเดินจากสถานีเอบิสุหรือจากสถานีฮิโรโอะราว 15 นาที ที่ร้านนี้เสิร์ฟแซนด์วิชชิ้นใหญ่เบิ้มเกือบเท่าจาน เปิดให้บริการตั้งแต่เช้าตรู่ถึงดึก สามารถมาทานได้ตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงมื้อค่ำ แซนด์วิชก็มีหลายแบบหลายประเภทรวมทั้งไส้แปลก ๆ หาทานยาก การตกแต่งภายในร้านดูเก๋ไก๋มีเสน่ห์ราวกับนั่งชิลอยู่คาเฟ่เมืองนอก

Balloom

 

 

ร้านสุดท้ายคือ Balloom เป็นร้านที่สามารถมาลองลิ้มชิมรสเต้าหู้อร่อย ๆ ที่ส่งตรงมาจากบริษัทยามาโมโตะโทฟุซึ่งเปิดมานานกว่า 78 ปีในจังหวัดโอคายาม่า จุดเด่นของร้านนี้คือการใช้บ้านเดี่ยวมาปรับรูปลักษณ์ให้ดูวินเทจ ภายในร้านมีเฟอร์นิเจอร์แบบโบราณตั้งเรียงรายให้ความรู้สึกย้อนยุค เมนูแนะนำคือโดนัทเต้าหู้และเครื่องดื่มสมูทตี้ เป็นโดนัทแบบง่าย ๆ แต่ให้รสชาติของวัตถุดิบได้ดี สมูทตี้มาในขวดที่สวยเก๋ชวนให้ถ่ายรูปลงไอจีก่อนกิน นอกจากโดนัทแล้วยังมีเมนูอาหารจากเต้าหู้สด ๆ อีกด้วย

เอบิสุเป็นย่านที่เหมาะจะมาพักผ่อนกินของอร่อยหลังจากช็อปปิ้งในชิบูย่า ถ้าช็อปปิ้งในชิบูย่าจนหนำใจแล้ว มาแวะหาของกินอร่อย ๆ แบบสงบ ๆ ในเอบิสุก็ไม่เลวเลย ^^    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

9 อันดับกอสซิปเรื่องแปลกของโอกินาว่า! คุณเชื่อหรือไม่? ตอน 1

มีความเชื่อกันว่าโอกินาว่ามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ นั่นทำให้มีเรื่องราวแปลกๆ มหัศจรรย์ เล่าขานกันมากมาย และครั้งนี้เรามีอันดับเรื่องราวกอสซิปความน่าพิศวงบนดินแดนโอกินาว่าที่ได้ยินได้ฟังต่อๆ กันมา มาบอกต่อค่ะ…เผื่อการเที่ยวโอกินาว่าครั้งหน้าของคุณจะสนุกเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว!

อันดับ 1 : สมบัติต้องคำสาป!
สมบัติสองแสนล้านเยนหลับใหลอยู่บนเกาะโอกามิ

เกาะโอกามิ เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนเหนือของเกาะมิยาโกะ มีตำนานเล่าขานกันมาว่ามีสมบัติมหาศาลที่นอนหลับใหลอยู่บนเกาะแห่งนี้ ที่ผ่านมา เกาะโอกามิถูกกล่าวขวัญว่าเป็น “เกาะที่มีเทพเจ้าแห่งธรรมชาติ” ซึ่งมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมาย รวมถึงมีสถานที่ที่ไม่ควรเยื้องย่างกรายเข้าไปอยู่หลายแห่งเช่นกัน อีกทั้งเกาะแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาเมื่อมีบทความในหนังสือพิมพ์ลงเรื่องราวว่า สมบัติมูลค่ามหาศาลของกัปตันคิดด์ (วิลเลี่ยม คิดด์) หลับใหลอยู่ในถ้ำศักดิ์สิทธิ์บนเกาะแห่งนี้      สล็อตเว็บตรง

โดย Okinawa Times ฉบับวันที่ 30 มิถุนายน 1966 ได้ลงบทความเรื่อง ‘ตำนานสังหารชาวเกาะ กับเกาะมหาสมบัติของโจรสลัด? ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับที่ซ่อนสมบัติบนเกาะโอกามิ ในตอนนั้นนักล่าสมบัติได้หลั่งไหลกันเข้าไปที่เกาะ เนื่องจากมีตำนานเล่าขานกันมาว่ามีสมบัติถูกซ่อนไว้ที่ภูเขาโกะเสะบนเกาะโอกามิ ผู้คนจำนวนมากต่างมุ่งหน้าเข้ามาที่เกาะโอกามิ รวมถึงสถานที่ที่ห้ามเข้าด้วย เพื่อค้นหาสมบัติ แต่กลับไม่เจอสมบัติอะไรเลย แถมยังพากันเจ็บป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ และล้มตายลง ซึ่งผู้คนได้เล่าขานกันว่านั่นน่ะอาจจะเป็นคำสาปก็ได้

ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นกับผู้คนที่เข้าไปค้นหาสมบัติจึงทำให้เรื่องราวสมบัติต้องคำสาปเป็นกระแสโด่งดังขึ้นมา และเดิมทีที่โอกินาว่ามีความเชื่อกันว่าการเข้าไปที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ “Utaki” จะถูกคำสาป ดังนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่จะเกิดเรื่องราวไม่ดีกับผู้คนที่บุกรุกเข้าไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเกาะ

★เรื่องเล่าขานของเกาะโอกามิ
เมื่อก่อนมีโจรสลัดเข้ามาที่เกาะแห่งนี้ ชาวเกาะถูกฆ่าตายเกือบหมด เหลือรอดชีวิตแค่เด็กชาย-หญิงที่หลบซ่อนตัวอยู่เท่านั้น และเด็กๆ เหล่านั้นก็คือบรรพบุรุษของชาวเกาะในปัจจุบันนี้

สมบัติมหาศาลนั้นอาจจะกำลังหลับใหลอยู่ตรงไหนสักแห่งของทะเลสีครามแห่งนี้ก็ได้…

อันดับ 2 : ประตูสู่โลกต่างมิติ!? สำนักหมอผี

ที่โอกินาว่ามีความเชื่อในเรื่องหมอดูหมอผีที่เรียกว่า “YUTA” แต่สำนักของยูตะหรือหมอผีผู้มีญาณพิเศษบางแห่งบนโอกินาว่าก็อันตรายมากสำหรับคนธรรมดาทั่วไปที่จะเยื้องกรายเข้าไป ที่โอกินาว่ามีหมอผีตามความเชื้อพื้นเมืองที่เรียกกันว่า ‘YUTA’ ซึ่งหมอผีจะเชื่อมต่อกับเทพเจ้า และอยู่ในฐานะผู้ขับไล่วิญญาณสิ่งชั่วร้าย และคอยให้คำแนะนำแก่ผู้คน ซึ่งในภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “คามินจู”

แต่การจะเป็นยูตะได้จำเป็นต้องได้รับการเลือกจากเทพเจ้า ผู้ที่ผ่านประสบการณ์อันเจ็บปวดทรมานเป็นพิเศษ เช่น การตายของคนสำคัญอย่าง พ่อแม่หรือคู่สมรส โดยจะมีไข้ขึ้นสูง ไม่ไหวติงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ สุดท้ายจะได้ยินเสียงในใจบอกว่า “ในเวลา….จงไปที่…. ซึ่งในขณะนั้นได้ระบุ “สำนักของยูตะ” ไว้แล้ว

และที่สำนักหมอผีที่ตั้งอยู่ในถ้ำเล็กๆ ในป่ามีป้ายเขียนระบุไว้ว่า “จากจุดนี้ไม่รับประกันความปลอดภัยของชีวิตจากวิญญาณร้าย” และมีคำบอกเล่ากันมาว่า ถ้าเข้าไปแล้วครั้งหนึ่งอาจจะไม่ได้กลับออกมาอีกเลย หากเข้าไปโดยไม่รู้ความลับของถ้ำ ชีวิตก็จะตกลงไปในหลุมพราง

มรดกโลก “เซฟาอุตาคิ” ยังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดบนโอกินาว่า เหล่ายูตะมักจะมาอธิษฐานกันที่นี่โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นหมอผีจากสำนักใด และในปัจจุบันนี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของโอกินาว่าก็ยังคงเป็นสถานที่ที่มีความเชื่ออันแรงกล้า ดังนั้นจงอยากรู้อยากเห็นในระยะห่างๆ ไว้เป็นดีที่สุด

อันดับ 3 : ซากร้านอาหาร เกาะฮีตู

เกาะฮีตูเป็นเกาะเล็กๆ ที่ลอยอยู่เหนือท้องทะเลของหมู่บ้านอนนะซนที่โด่งดังว่าเป็นดินแดนแห่งรีสอร์ท และในร้านอาหารแห่งหนึ่งบนเกาะที่กลายเป็นซากปรักหักพังแห่งนี้มี Hokora หรือศาลเพียงตาด้วย และมักจะเกิดเรื่องราวไม่ดีกับผู้ที่บุกรุกเข้ามา

ทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นซากปรักหักพัง? เรื่องเล่ามีอยู่ว่าเมื่อปี 1970 เจ้าของเกาะร้างวางแผนที่จะมาเปิดร้านอาหารที่มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำด้วยที่นี่ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างผืนแผ่นดินกับเกาะ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโครงการนี้ถึงยุติไปหลังจากที่สร้างร้านเสร็จแล้ว

นอกจากนี้ ชื่อเกาะ ‘ฮีตู’ ในภาษาโอกินาว่าหมายถึง “โลมา” ซึ่งในอดีตมักมีการล่าโลมาในบริเวณแห่งนี้ และมีเรื่องเล่าขานกันว่าเพราะคำสาปของโลมา จึงทำให้ผู้คนหรืออะไรก็ตามที่เข้ามาที่เกาะแห่งนี้พบเจอแต่โชคร้ายและมีชีวิตอยู่โดยไร้ความสุข แต่ในปัจจุบันนี้บางพื้นที่ยังคงมีธรรมเนียมการกินโลมาอยู่ อีกทั้งท้องทะเลบริเวณเกาะฮีตูมีแมงกะพรุนซึ่งมีพิษร้ายแรงอยู่เป็นจำนวนมาก  ดังนั้นลำพังแค่การข้ามมาที่เกาะจึงอันตรายอย่างยิ่งอยู่แล้ว

อันดับ 4 : มาจิมุน ผีแห่งโอกินาว่า

‘มาจิมุน’ (マジムン) ในภาษาโอกินาว่าหมายถึง “ผี/สิ่งชั่วร้าย (ตรงกับคำว่า 魔物 ในภาษาญี่ปุ่น)” ซึ่งจะปรากฏตัวในนิทานพื้นบ้านของโอกินาว่าอยู่บ่อยๆ แม้จะมีความน่ากลัว แต่โดยทั่วไปแล้วคนโอกินาว่าเองก็มีความคุ้นเคยกับการมีอยู่ของมาจิมุนเป็นอย่างดี

 

ในบรรดาผีที่รู้จักกันดีก็คือ คิจิมุนา เป็นผีจอมซุกซนคล้ายเด็กที่อาศัยอยู่ในต้นไทร โดยส่วนใหญ่ภาพวาดคิจิมุนาจะมีลักษณะเหมือนมนุษย์เด็ก มีผมสีแดง ผิวสีแดง มีแขนยื่นออกมาเหมือนกิ่งก้านของต้นไม้ อีกทั้งคิจิมุนายังมีเพศมีอายุด้วย จึงไม่แปลกใจที่ที่โอกินาว่าจะมียันต์กันผีเช่นเดียวกันกับคนไทย

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ที่โอกินาว่ายังมีความเชื่อกันว่า ผีที่ออกมาล่องลอยอยู่ในชุมชนจะมุ่งหน้าเข้าไปในบ้านที่อยู่ตรงทางสามแพร่งหรือแยกถนนที่เป็นตัว T ดังนั้นจึงต้องเอาแผ่นหินยันต์กันผีไปติดไว้ตรงทางสามแพร่ง เพื่อไม่ให้ผีเข้ามาบุกรุก และผีก็ถูกพลังจากยันต์หินนั้นจนสลายตัวไป

อันดับ 5 : การทำขวัญเรียกจิตวิญญาณ

ที่โอกินาว่ามีเรื่องเล่าถึงการทำขวัญเรียกจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นการทำขวัญเรียกจิตวิญญาณเพื่อให้เกิดความสบายใจเช่นเดียวกันกับวัฒนธรรมอื่นๆ

โดยคนโอกินาว่ามีเรื่อเล่าขานต่อๆ กันมาว่า ในเวลาที่ไม่ให้ความสำคัญกับบรรพบุรุษ เด็กๆ ทำเรื่องไม่ดี มีอาการเจ็บป่วยบาดเจ็บร้ายแรง หรือตอนที่ตกใจ จะมีการทำขวัญเรียกจิตวิญญาณ เพราะเชื่อกันว่าเมื่อเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น วิญญาณของผู้มีเคราะห์จะหลุดออกจากร่างเป็นเวลาชั่วครู่ ซึ่งเป็นโอกาสให้วิญญาณที่ไม่ดีเข้ามาสวมรอยในร่างแทนได้

ดังนั้น คนเฒ่าคนแก่ที่โอกินาว่าจึงมีความเชื่อให้ทำขวัญเรียกจิตวิญญาณกันในตอนที่โชคร้าย สภาพร่างกายอ่อนแอ หรือจิตใจไม่สงบ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพิธีที่เรียกว่า “MABUIGUMI” (มาบุอิกุมิ) ที่ยูตะจะทำพิธีเรียกจิตวิญญาณกลับมาให้

ติดตามต่อใน 9 อันดับกอสซิปเรื่องแปลกของโอกินาว่า! คุณเชื่อหรือไม่? ตอน 2

Categories
BLOG

แช่ออนเซ็นชื่อดังท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสี ที่โทโฮคุและคันโต เดินทางไปได้ง่าย ๆ ด้วย JR-East

ภูมิภาคโทโฮคุและภูมิภาคคันโตมีแหล่งออนเซ็นชื่อดังและอันซีนมากมายหลากหลายรูปแบบให้คุณเลือก หากได้แช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินเที่ยวมาทั้งวันคงจะรู้สึกดีเกินบรรยาย โดยเฉพาะในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ทิวทัศน์โอบล้อมไปด้วยสีสันแดงส้มยิ่งเพิ่มเสน่ห์อันน่าหลงใหลเป็นทวีคูณ วันนี้เราได้เลือกแหล่งออนเซ็นที่น่าสนใจในภูมิภาคโทโฮคุและภูมิภาคคันโตมาฝากกัน ซึ่งออนเซ็นเหล่านี้ยังสามารถใช้ JR Pass เดินทางไปได้ในราคาสุดคุ้มอีกด้วย

มินามิดะออนเซ็น จังหวัดอาโอโมริ

มินามิดะออนเซ็น
มินามิดะออนเซ็น

ออนเซ็นที่นี่พิเศษไม่เหมือนใคร เพราะคุณจะได้แช่ออนเซ็นท่ามกลางลูกแอปเปิ้ลที่ลอยอยู่รอบกาย แอปเปิ้ลเหล่านี้อ่อนโยนต่อผิวและยังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่นประกอบกับน้ำแร่ที่มีส่วนประกอบของอัลคาไลอ่อน ๆ ยิ่งเสริมสรรพคุณด้านความงาม อีกทั้งกลิ่นหอมหวานซ่อนเปรี้ยวของแอปเปิ้ลยังทำให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายได้อีกด้วย นอกจากออนเซ็นแล้ว บริเวณทซึการุแห่งนี้ยังมีทิวทัศน์อันสวยงามของท้องทุ่งทิวเขาสลับซับซ้อนของชิราคามิและเทือกเขาฮักโกดะให้คุณได้เพลิดเพลินอีกด้วย ที่นี่จึงได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับสาวญี่ปุ่น

นิวโตออนเซ็น จังหวัดอาคิตะ

นิวโตออนเซ็น
นิวโตออนเซ็น

นิวโตออนเซ็นคือหมู่บ้านออนเซ็นตั้งอยู่บริเวณเชิงเขานิวโตในอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮะจิมันไต ประกอบด้วยออนเซ็น 7 แห่ง แต่ละแห่งมีแหล่งกำเนิดและคุณสมบัติของน้ำแร่ต่างกันไป ว่ากันว่าหากแช่ออนเซ็นครบทั้ง 7 แห่งนี้จะสามารถรักษาได้สารพัดโรคเลยทีเดียว โดยเฉพาะออนเซ็นที่พลาดไม่ได้เลยคือ ‘ทซึรุโนะยุ’ เพราะเก่าแก่ที่สุดในบรรดาออนเซ็นทั้ง 7 แห่ง  สล็อตเว็บตรง

ฮานะมากิออนเซ็น จังหวัดอิวาเตะ

ฮานะมากิออนเซ็น
ฮานะมากิออนเซ็น

หมู่บ้านฮานะมากิออนเซ็นมีที่พักพร้อมออนเซ็นตั้งเรียงรายอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำไดกาวะและแม่น้ำโทโยกาวะ ที่พักมีหลายรูปแบบให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นแบบทันสมัยหรือแบบดั้งเดิมพร้อมด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานอย่างเช่น มากิออนเซ็น ไดออนเซ็น นามาริออนเซ็น โอซาวะออนเซ็น และยามะโนะคามิออนเซ็น อีกทั้งแต่ละที่ยังมีความพิเศษและคุณสมบัติของน้ำแร่แตกต่างกันไปอีกด้วย

กินซังออนเซ็น จังหวัดยามากาตะ

กินซังออนเซ็น
กินซังออนเซ็น

เอกลักษณ์ของออนเซ็นแห่งนี้อยู่ที่อาคารเรียวกังไม้สไตล์ตะวันตกที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายสมัยไทโชจนถึงต้นสมัยโชวะตั้งเรียงรายอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำกินซัง สถานที่แห่งนี้ยังคงสภาพไว้ไม่เปลี่ยนไปจากเดิมชวนให้คิดถึงกลิ่นอายในอดีต น้ำแร่ของที่นี่ใสไร้สีแต่มีกลิ่นกำมะถันอยู่บ้างเนื่องมาจากยังมีส่วนประกอบของโซเดียมคลอไรด์และซัลเฟต นอกจากนี้ ที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ส์ชื่อดังอย่างเรื่องโอชินอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศสมัยเก่ายิ่งนัก

อะคิอุออนเซ็น จังหวัดมิยางิ

อะคิอุออนเซ็น
อะคิอุออนเซ็น

หนึ่งในสามน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ‘น้ำพุร้อนแห่งนาโตริ’ เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำนาโตริทางตะวันตกของเมืองเซนได นอกจากชื่อเสียงเรื่องปริมาณแร่ธาตุที่เข้มข้นและอุณหภูมิน้ำที่สูงถึง 45 องศาเซลเซียสที่ทำให้ที่นี่โด่งดังเป็นอย่างมากแล้ว ออนเซ็นแห่งนี้ยังมีประวัติความเป็นมาอันเก่าแก่ และได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน

ฮิกาชิยามะออนเซ็น จังหวัดฟุกุชิมะ

ฮิกาชิยามะออนเซ็น
ฮิกาชิยามะออนเซ็น

ออนเซ็นแห่งนี้จัดเป็น 1 ใน 3 ออนเซ็นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของญี่ปุ่น โดยถูกค้นพบตั้งแต่ 1,300 ปีก่อนโดยนักบวชผู้โด่งดังชื่อเกียวคิออนเซ็น บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมด้วยตัวเรียวกังที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำและมีลักษณะคล้ายโรงน้ำชาสมัยก่อน ในอดีตมีบุคคลชื่อดังทางประวัติศาสตร์มากมายที่ได้มาเข้าพักที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นนักรบชื่อดังอย่างโทโมโทมิ ฮิเดะโยชิและฮิจิคาตะ โทชิโซ หรือนักกวีและศิลปินอย่างทาเคฮิซะ ยูเมะจิและโยซะโนะ อากิโกะ นอกจากนี้ น้ำแร่ของที่นี่ยังเป็นน้ำแร่บริสุทธิ์ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณอีกด้วย

คุซัทซึออนเซ็น จังหวัดกุนมะ

คุซัทซึออนเซ็น
คุซัทซึออนเซ็น

ออนเซ็นที่ได้รับเลือกให้เป็นออนเซ็นที่ชาวญี่ปุ่นอยากไปมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ออนเซ็นนี้มีสรรพคุณสามารถรักษาเกือบทุกโรค อีกทั้งยังมีลำธารออนเซ็นยุบาทาเกะที่ตั้งอยู่กลางหมู่บ้านยิ่งเนรมิตให้ทัศนียภาพงดงามแปลกตาไม่เหมือนที่อื่น นอกจากแช่ออนเซ็นแล้ว ยังสามารถเดินเล่นรอบหมู่บ้านชมความงามของน้ำตกน้ำพุร้อน หรือตื่นตากับการแสดงยุโมมิซึ่งเป็นการแสดงร้องเพลงพื้นบ้าน ขณะใช้ไม้พายกวนน้ำในออนเซ็นเพื่อลดอุณหภูมิของน้ำ รับรองว่าหาดูที่อื่นไม่ได้แน่นอน

คินุกาวะออนเซ็น จังหวัดโทชิกิ

คินุกาวะออนเซ็น
คินุกาวะออนเซ็น

ออนเซ็นแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำคินุกาวะในเมืองมรดกโลกนิกโก้ ในอดีตออนเซ็นแห่งนี้เปิดให้สำหรับนักบวชและไดเมียวเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่สมัยเมจิเป็นต้นมาก็ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใช้บริการได้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก น้ำแร่ของที่นี่เป็นน้ำแร่บริสุทธิ์ประกอบด้วยอัลคาไลซึ่งมีสรรพคุณมากมายตั้งแต่บรรเทาอาการปวดเมื่อย รักษาอาการอ่อนเพลีย เสริมสร้างสุขภาพ และยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่มอีกด้วย

 

ท่องเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุอย่างสนุกยิ่งขึ้นด้วย JR EAST PASS โทโฮคุเป็นภูมิภาคขนาดใหญ่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ การเดินทางจะสะดวกสบายและคุ้มค่ายิ่งขึ้นหากคุณใช้ JR EAST PASS (Tohoku Area) เพราะสามารถขึ้นรถไฟสาย JR Tohoku ได้แบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวเป็นเวลา 5 วัน จึงท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและเจาะลึกมากขึ้น โดยตั๋วผู้ใหญ่จำหน่ายในราคา 19,000 เยน และตั๋วเด็กราคา 9,500 เยน (ราคาสำหรับซื้อจากนอกประเทศญี่ปุ่นที่เว็บไซต์ทางการของ JR-EAST) รายละเอียดเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ www.jreast.co.jp

คุณยังสามารถเดินทางได้สะดวกกว่าเดิมด้วยบริการจองที่นั่งบนรถไฟ JR-EAST ล่วงหน้าผ่านอินเตอร์เน็ตก่อนเดินทางมาประเทศญี่ปุ่น ได้ที่เว็บไซต์ www.eki-net.com ที่เว็บไซต์ของ JR-EAST ยังนำเสนอข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในคันโตและโทโฮคุทั้ง 4 ฤดู เพื่อการวางแผนก่อนมาเที่ยวญี่ปุ่นและเลือกท่องเที่ยวได้ตามความสนใจ โดย

Categories
BLOG

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “คาโกชิมะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดคาโกชิมะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของภูมิภาคคิวชู ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายโดยเฉพาะภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ ทำให้มีสภาพอากาศที่อบอุ่น และมีสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้เราได้ประหลาดใจอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่มนุษย์เราได้สร้างไว้เองซึ่งก็น่าสนใจไม่แพ้กันด้วยนะ ANNGLE จะพาเพื่อน ๆ ทุกคนไปทำความรู้จักกับจังหวัดคาโกชิมะผ่าน 10 สถานที่ท่องเที่ยวดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ภูเขาชิโรยามะ (城山)

เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนยอดเขาชิโรยามะ จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นอ่าวคาโกชิมะและภูเขาไฟซากุระชิมะที่ห่างจากตัวเมืองได้ แถมยังมองเห็นเมืองคาโกชิมะได้โดยรอบ ก่อนที่จะถึงจุดชมวิวนั้นยังมีถ้ำไซโกที่เกี่ยวข้องกับท่านไซโก ทาคาโมริ ผู้เป็นซามูไรคนสุดท้ายของญี่ปุ่นอีกด้วย ถ้าวันไหนที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งจะสามารถมองเห็นภูเขาไฟไคมอนดาเกะได้เลย ที่สำคัญที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องวิวยามค่ำคืนที่สวยงามด้วยนะ

เวลาเปิด – ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo นั่งรถบัสสาย Kagishima City View มาลงที่ป้าย Shiroyama

2. สวนเซนกังเอ็น (仙巌園)

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ภายในเมืองคาโกชิมะ แต่ก่อนเป็นที่ตั้งคฤหาสน์ของตระกูลชิมัตสึ อดีตผู้ปกครองบริเวณนี้ แต่ในปัจจุบันเปิดเป็นสวนสาธารณะให้ผู้คนได้เข้าไปชมความสวยงามของสวนสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีการรวมเอาสระน้ำเล็ก ๆ ธารน้ำ ศาลเจ้า และทางเดินใต้เงาของต้นไผ่และต้นไม้ใหญ่เอาไว้ด้วยกัน ตรงกลางสวนยังมีคฤหาสน์ที่ยังคงสภาพเดิมเอาไว้และสามารถเข้าชมได้ด้วย นอกจากนี้ข้าง ๆ สวนยังอยู่ติดกับอ่าวคาโกชิมะและภูเขาไฟซากุระจิมะ ทำให้วิวของที่นี่สวยงามมากยิ่งขึ้น จนได้รับการจดทะเบียนให้เป็นสถานที่ที่มีทัศนียภาพที่สวยงามของญี่ปุ่นเลยหละ

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น. – 17.30 น.
ค่าเข้าชม : 1,000 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo นั่งรถบัสสาย Kagishima City View มาลงที่ป้าย Senganen Mae
ข้อมูลเพิ่มเติม : senganen

3. ศาลเจ้าเทรุคุนิ (照国神社)

ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อบูชา ชิมัตสึ นาริอากิระ แห่งตระกูลชิมัตสึรุ่นที่ 28 ที่สร้างคุณงานความดีมาตลอด ภายในศาลเจ้าเป็นสถานที่จัดพิธีดั้งเดิมของญี่ปุ่นมากมาย เช่น พิธีแต่งงานแบบญี่ปุ่น และที่สำคัญเดือนกรกฎาคมของทุกปีจะมีการจัดงานที่ชื่อว่า “โรคุกัตสึโด” ที่จะมีการตกแต่งโคมไฟเรียงรายตลอดทางของศาลเจ้าในช่วงเย็นทุกวันไปจนสิ้นเดือน ถือเป็นงานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามหาศาลเลย

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo เดินอีกประมาณ 20 นาที

4. ซากปราสาทคาโกชิมะ (鹿児島城)

ปราสาทคาโกชิมะหรือที่ทุกคนอาจจะรู้จักกันในชื่อ ปราสาทสึรุมารุ เป็นร่องรอยปราสาทที่สร้างในปี ค.ศ. 1601 ที่เหลือแค่ร่องรอยเพราะถูกไฟไหม้ทำลายไปในปี ค.ศ. 1874 และไม่มีการบูรณะซ่อมแซม จึงทำให้เหลือแค่กำแพงหิน คูน้ำ และสะพานหินเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเจริญรุ่งเรืองในสมัยก่อนจากบริเวณโดยรอบอันสง่างามของปราสาทได้อย่างชัดเจน

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น. *หยุดทุกวันจันทร์ และช่วงปีใหม่
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chou นั่งรถบัสสาย Kagishima City View มาลงที่ป้าย Satsuma Gishi Hi Mae

5. ซากุระจิมะ (桜島)

ภูเขาซากุระจิมะ คือภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดคาโกชิมะ แม้ว่าในปัจจุบันจะยังคงมีการปะทุอยู่บ่อยครั้งและมีควันพุ่งออกมาจากปล่องภูเขาไฟอยู่ และบริเวณรอบ ๆ ก็มีถ่านหินภูเขาไฟตกลงมา แต่ก็ยังมีผู้คนกว่า 5,000 ชีวิตอาศัยอยู่ที่บริเวณแห่งนี้ ถึงจะได้รับความเดือดร้อนจากภูเขาไฟอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีข้อดีคือมีสภาพอากาศที่อบอุ่น และเถ้าภูเขาไฟที่ช่วยในเรื่องการเกษตร ซึ่งบรรยากาศแบบนี้มีเฉพาะที่จังหวัดคาโกชิมะเท่านั้น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ เงาสะท้อนในน้ำที่สะท้อนภูเขาไฟกับท้องฟ้าก็สวยงามมาก ๆ

เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอดเวลา
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : นั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือคาโกชิม่ามาถึงท่าเรือซากุระจิมะได้ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที

6. พิพิธัภัณฑ์ปฏิรูปเมจิ (維新ふるさと館)

 

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อธิบายถึงเหตุการณ์การปฏิรูปการปกครองในสมัยเมจิ นอกจากจะมีข้าวของเครื่องใช้ในสมัยนั้นและแบบบ้านจำลองแล้ว ก็ยังมีโมเดลหุ่นบุคคลสำคัญต่าง ๆ ในเหตุการณ์ตอนนั้น มาอธิบายเล่าเรื่องให้ฟังเหมือนกับยังมีชีวิตอยู่เลย และยังมีภาพยนตร์สั้นประมาณ 20 นาทีเกี่ยวกับเด็ก ๆ ตระกูลซัตซึมะที่ติดเรืออังกฤษได้ไปศึกษาวัฒนธรรมและเทคโนโลยีต่างชาติให้ดูอีกด้วย มาที่นี่ที่เดียวก็สามารถเข้าใจเรื่องการปฏิรูปสมัยเมจิได้อย่างสนุกสนาน

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น. – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 150 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo เดินอีกประมาณ 8 นาที

7. สวนอิชิบาชิ (石橋公園)

เป็นสะพานหินเก่าแก่ที่ยังหลงเหลืออยู่จากสะพานหินทั้งหมด 5 แห่ง ที่ทอดข้ามผ่านสะพานแม่น้ำโคสึกิ ซึ่งคนในท้องถิ่นใช้สะพานแห่งนี้มายาวนานถึง 150 ปีแล้ว และได้รับการบูรณะแล้วย้ายมาสร้างอยู่ที่สวนแห่งนี้ และในปัจจุบันแอ่งน้ำใต้สะพานกลายเป็นลานเด็กเล่นสำหรับพักผ่อนหย่อนใจประจำท้องถิ่นไปแล้ว

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น.​ – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Kagoshima เดินอีกประมาณ 15 นาที

8. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคาโกชิมะ (いおワールドかごしま水族館)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับอ่าวคาโกชิมะ ก่อนที่จะเข้าไปภายในตัวอาคารเราก็จะเจอกับโซนด้านนอกที่มีคลองที่เชื่อมต่อกับทะเล มีปลาโลมาแสนน่ารักแหวกว่ายทักทายผู้คนที่เข้ามาเยือน (ตรงนี้สามารถชมได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย) ภายในพิพิธภัณฑ์ตกแต่งโดยให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ใต้ท้องทะเลด้วยการใช้แสงไฟสีฟ้า ตู้ปลาขนาดยักษ์ใหญ่มีทั้งฉลามวาฬ กระเบน ฝูงปลาทูน่า และปลาชนิดอื่น ๆ ที่แหวกว่ายไปมา นอกจากจะมีบรรดาสัตว์ใต้ท้องทะเลแล้วยังมีสัตว์หายากอีกมากมาย รวมถึงสัตว์ในแม่น้ำและป่าชายเลนอีกด้วย

 

เวลาเปิด – ปิด : 09.30 น. – 18.00 น.
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน นักเรียน 750 เยน เด็ก 350 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo นั่งรถบัสสาย Kagishima City View มาลงที่ป้าย Kagoshima Suizokukan Mae
ข้อมูลเพิ่มเติม : ioworld.jp

9. หอดูดาวและอวกาศอุจิโนะอุระ (内之浦宇宙空間観測所)

 

สถานที่ที่สามารถศึกษาความก้าวหน้าของนวัตกรรมเทคโนโลยีได้แบบใกล้ชิด ดูเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับจรวดและดาวเทียมสังเกตการณ์ดาวเคราะห์ต่าง ๆ มากมาย โดยมี “โอสุมิ” ดาวเทียมดวงแรกของญี่ปุ่นที่มีจานรับสัญญาณขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เมตร และ “ฮายาบูสะ” ยานสำรวจดาวเคราะห์ยุคใหม่ นอกจากนี้ภายในยังมีประวัติความเป็นมาของการวิจัยอวกาศและโครงสร้างของจรวด และมีการจัดแสดงโมเดลดาวเทียมวิทยาศาสตร์และจรวดอีกด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น. – 16.30 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Kagoshima Chuo มาลงที่สถานีท่าเรือ Kamoike และนั่งรถบัสสาย Rosen ประมาณ 20 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม : jaxa.jp

10. สุนะมุชิออนเซน (砂むし温泉)

 

หาดทรายน้ำพุร้อนนี้เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนที่ได้ไปสัมผัส เป็นหาดทรายแห่งเพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่เป็นออนเซนแบบไม่ต้องแช่ตัวลงในน้ำ เพียงแค่ใส่ชุดยูคาตะแล้วนอนลงบนพื้นทราย จากนั้นเจ้าหน้าที่จะช่วยตักทรายอุ่น ๆ มาคลุมตัวเราเอาไว้ เชื่อว่าจะเป็นการดีท็อกซ์ร่างกายของเราให้ผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้า และยังช่วยในเรื่องผิวพรรณด้วย ถ้าอยากจะลองออนเซนทรายละก็ ต้องไปที่เมืองอิบุสุกิ จังหวัดคาโกชิมะเลย

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น. – 12.00 น. และ 13.00 น. – 21.00 น.
ค่าเข้า : 300 – 1,080 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Ibusuki และเดินอีกประมาณ 20 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม : ibusuki.or.jp

เป็นยังไงบ้างคะกับจังหวัดคาโกชิมะ น่าไปเที่ยวเนอะ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่รอเพื่อน ๆ ไปเยือนอยู่ และที่สำคัญอย่าลืมไปบำรุงผิวพรรณกันที่ทรายน้ำพุร้อนนะจ๊ะ    สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

พลังแห่ง “ทาโกะยากิ” อาหารที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เมืองโอซาก้า

ทาโกะยากิ อาหารขึ้นชื่อที่เมื่อพูดถึงโอซาก้าก็ต้องนึกถึงด้วยเสมอ เป็นเมนูที่อร่อยถูกปากแถมยังทำให้อิ่มท้องได้ในราคาย่อมเยา ทั้งยังเป็นอาหารที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับโอซาก้าอย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วย ในปัจจุบันเมืองใหญ่ ๆ อย่างโตเกียวและโอซาก้าครึกครื้นและมีเม็ดเงินแพร่สะพัดด้วยกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และทาโกะยากิก็เป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบทุกคนไม่พลาดที่จะลองลิ้มชิมรสสักครั้งเมื่อได้มีโอกาสมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

หากคุณลองไปเดินเล่นแถวย่านการค้าใหญ่ ๆ อย่างอุเมดะ ชินไซบาชิ และนัมบะในโอซาก้า คุณจะได้ยินบทสนทนาภาษาต่าง ๆ ตลอดทางแทบจะไม่น้อยไปกว่าการได้ยินภาษาญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวที่นี่มีทั้งจากเอเชียไปจนถึงยุโรปและอเมริกา เนื่องจากย่านการทางที่กินบริเวณกว้างมาก ๆ ทำให้มีร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมมากระจุกตัวกันอยู่เต็มบริเวณ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อย ๆ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาที่นี่จะเน้นไปที่การลองชิมอาหารเมนูต่าง ๆ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารพื้นเมืองของโอซาก้าอย่าง คุชิคัตสึ โอโคโนมิยากิ แต่ที่ได้รับความนิยมที่สุดคงหนีไม่พ้น “โอโคะโนมิยากิ  ทาโกะยากิ

 

ตามย่านร้านค้าอย่างนัมบะและโดทงโบริเดี๋ยวนี้แทบจะได้รับการขนานนามว่าเป็น “ถนนสายทาโกะยากิ” ไปแล้ว โดยมีจำนวนร้านทาโกะยากิเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกว่า 80% ของลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ที่เห็นได้ชัดเจนคือชาวจีนและชาวอาเซียน นักท่องเที่ยวหลายคนถึงจะเคยมาเที่ยวญี่ปุ่นหลายครั้งแล้ว ก็ต้องยังอยากทานทาโกะยากิอยู่เสมอ โดยให้เหตุผลว่า ทาโกะยากิเป็นอาหารชื่อดังของญี่ปุ่นที่ถูกพูดถึงอยู่ในการ์ตูน มังงะ และดราม่าอยู่บ่อย ๆ ทำให้รู้สึกคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ๆ แถมรสชาติก็อร่อย ไม่ว่าจะมาญี่ปุ่นสักกี่ครั้งก็ยังอยากทานอีกอยู่ดี เพราะเดี๋ยวนี้ถึงแม้จะหาทาโกะยากิทานได้ไม่ยากในประเทศของตัวเอง แต่คงจะดีไม่น้อยถ้าได้ลองทานทาโกะยากิสูตรต้นตำรับที่โอซาก้าจริง ๆ จึงไม่แปลกเลยที่อาหารราคาไม่แพงที่มีราคาเพียงไม่กี่ร้อยเยนจะสามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับจังหวัดโอซาก้าได้แบบทุกวันนี้    สล็อตเว็บตรง  

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. ทำขนมจีบง่าย ๆ ด้วยเครื่องทำทาโกะยากิ!
  2. 7 ร้านอาหารตัวอย่างที่คุณสามารถทดลองทำได้ด้วยตนเอง!
  3. ชมความงามของโอซาก้า พร้อมสัมผัสความท้าทายที่ตึก Abeno Harukas  ทาโกะยากิ
  4. มาเลอะ มาเทอะ มาอิ่มเอม แดนซ์กระจายกันที่ Dancing Crab Tokyo!!  ทาโกะยากิ
Categories
BLOG

K5 โรงแรมสไตล์บูทีคที่ในอดีตคือธนาคารแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น

ถึงแม้ตอนนี้คนชอบเที่ยวจะยังไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้เหมือนอย่างที่เป็นมา แต่เราก็เชื่อว่าเพื่อน ๆ ที่รักการท่องเที่ยวคงอาศัยช่วงเวลานี้เก็บเกี่ยวหาข้อมูลสำหรับทริปในอนาคตกันแล้วใช่มั้ยละคะ คราวนี้ขอเอาใจคนที่กำลังหาข้อมูลโรงแรมสวย ๆ ที่มาพร้อมกิมมิคเก๋ ๆ เพราะเรามีโรงแรมเปิดใหม่ในโตเกียวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่มีชื่อว่า Hotel K5 มาแนะนำค่ะ ที่ว่าพิเศษก็เป็นเพราะว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมที่เกิดจากการรีโนเวทธนาคารแห่งแรกของญี่ปุ่นให้กลายเป็นโรงแรมสไตล์บูทีคสุดชิคนั่นเอง

Hotel K5

 

โรงแรม Hotel K5 ตั้งอยู่ในย่าน Nihonbashi Kobutocho เป็นโรงแรมสไตล์บูทีคใหม่ล่าสุด เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มแฟนคลับโรงแรมดีไซน์เก๋ เนื่องจากโรงแรมแห่งนี้เป็นทั้งโรงแรมและ Complex Facility ขนาดเล็กที่รวมเอาร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์มาไว้ในที่เดียว และที่พิเศษที่สุดก็คือ โรงแรมแห่งนี้เกิดจากการรีโนเวทตึกธนาคารแห่งแรกในญี่ปุ่นที่มีอายุมากถึง 97 ปี โดยเป็นการออกแบบของกลุ่มดีไซน์เนอร์ชาวสแกนดิเนเวียที่มีชื่อว่า CKR (Claesson Koivisto Rune) ซึ่งเป็นทีมดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงและเคยร่วมงานออกแบบกับแบรนด์หรูมามากมาย

 

อย่างที่บอกไปว่า ที่โรงแรมแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง อย่างแรกที่อยากนำเสนอก็คือ คาเฟ่ที่มีชื่อว่า SWITCH COFFEE ที่ภายในตกแต่งร้านด้วยต้นไม้จำนวนมาก มาในบรรยากาศสีเขียวที่ให้ความรู้สึกร่มรื่นสบายตา เหมาะกับเป็นที่พักผ่อนในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว

 

แน่นอนที่ต้องแนะนำแน่ๆ คือ ห้องพักของโรงแรม ซึ่งที่นี่มีห้องพักจำนวนไม่มาก เพียงแค่ 20 ห้องเท่านั้น ด้วยจำนวนห้องที่มีไม่มาก ทำให้ทางโรงแรมให้ความสำคัญกับออกแบบภายในแต่ละห้องเป็นอย่างมาก เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องล้วนเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อห้องนั้น ๆ โดยเฉพาะ ถึงจะมีดีไซน์ที่โมเดิร์นแต่ก็อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น เสื้อผ้าที่จัดเตรียมไว้ในห้องก็เป็นชุดยูกาตะถูกใจชาวต่างชาติอย่างแน่นอน

 

 

หนึ่งความเก๋ของโรงแรม K5 ก็คือ ในห้องพักทุกห้องจะไม่มีทีวีให้บริการ มีแต่ที่เล่นแผ่นเสียงและหนังสือเตรียมไว้ให้บริการเพียงเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนและใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นที่สุด

 

อย่างที่บอกว่าที่โรงแรมแห่งนี้มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ให้บริการอยู่ในที่เดียว จึงเหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่อยากชิล ใช้เวลาพักผ่อนอย่างสบาย ๆ และรักงานออกแบบนะคะ ถึงแม้ตอนนี้เพื่อน ๆ จะยังไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ แต่ที่ Hotel K5 แห่งนี้ถือเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ในโตเกียวที่เราอยากให้คนรักญี่ปุ่นเก็บไว้ในลิสต์สถานที่ที่อยากไปเลยละค่ะ    สล็อตเว็บตรง